to top

3 วัน 2 คืน เมืองน่านน่าไป ตามรอยเท้าพ่อ

น่าน เมืองเล็กๆ แต่มีสเน่ห์เหลือเกินจนอยากกลับไปกอดน่านให้นานๆ เราได้รับคำชวนให้ไปร่วมทริปในกิจกรรม “ตามรอยเท้าพ่อ” กับฟอร์ดเรนเจอร​ และฟอร์ดเอเวอเรสต์บนเส้นทางที่สวยงามท่ามกลางภูเขา ในจังหวัดน่าน แค่ได้ฟังก็รีบเก็บกระเป๋ารอ

DAY 1 งานนี้คุณแม่ฉายเดี่ยวแต่ก็ยังคงคอนเซ็ปกรูกันไปเที่ยว ร่วมกับเพื่อนๆ บล็อกเกอร์ และพี่ๆ สื่อมวลชนจากหลายสำนัก เราเดินทางถึงท่าอากาศยานน่านนครในตอนสายๆ เป็นครั้งแรกของการนั่งเครื่องบินมาที่เมืองน่าน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมกับขนมแสนอร่อยของฝากขึ้นชื่ออีกด้วย หลังจากนั้นก็นั่งรถตู้ไปที่โรงแรมน่านตรึงใจ โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ฟังคำบรรยายเกี่ยวกับรถทั้งสองรุ่นที่พวกเราจะได้ทดลองขับกันในวันนี้ แอบตื่นเต้นนะเพราะด้วยความที่ไปคนเดียวลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะได้นั่งกับใคร ^^ รถทั้งสองรุ่นจอดอยู่ด้านหน้าโรงแรมเป็นแถวยาวๆ สวยงามทั้งสองรุ่นเลยค่ะ เมื่อแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย เราก็ได้ทดลองขับฟอร์ด เอเวอเรสต์ก่อนค่ะ เป็นการขับรถใหญ่ไม่กี่ครั้งในชีวิตและที่สำคัญมากในทริปนี้เราได้มีโอกาสตามรอยเท้าพ่อ (รัชกาลที่ 9) ไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัดน่านซึ่งหลายสถานที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้รวมทั้งเราด้วยค่ะ เส้นทางในวันแรกเราจะไปที่อำเภอทุ่งช้าง จากประสบการณ์ในการขับรถไปแม่ฮ่องสอนกับโค้งหลายพันโค้งแล้วนั้น เราไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใดแต่ต้องเป็นคนขับเองนะ ถ้าเป็นคนนั่งมีจะอ้วกเหมือนกันค่ะ เอาน่าไม่มีเส้นทางไหนในประเทศไทยที่โค้งเยอะเท่าแม่ฮ่องสอนแล้วล่ะ (ปลอบใจตัวเอง) แต่พอขับไปได้ไม่กี่กิโลเมตรเริ่มเข้าช่วงโค้งขึ้นภูเขา เฮ่ยย!สวยอ่าทั้งรถที่ขับตามๆ กันแบบนี้ และวิวสองข้างนี่ขนาดแค่เริ่มต้นยังทำให้ร้องว้าวกันทั้งคัน เชื่อว่ากว่าจะถึงปลายทางต้องสวยงามกว่านี้อีกหลายเท่า ความรู้สึกแรกเมื่อได้ขึ้นไปนั่งพร้อมกับสำรวจรอบๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สร้างมาให้เหนือกว่าเป็นรถที่หรูหรา ภายในกว้างขวาง นั่งสบายมากๆ เวลาขับนี้ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยเวลาที่ต้องเจอกับสภาพถนนที่ขรุขระ การเข้าโค้งที่นุ่ม ชอบเป็นพิเศษคือคอนโซลหน้าดีไซน์ได้เป็นเอกลักษณ์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เหมาะแก่การเดินทางไกลไปกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนได้สบายๆ เลยค่ะ การเดินทางกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งทำความรู้จักกันก่อนขึ้นรถ ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ แต่พวกเราก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ เพลงสมัยวัยรุ่นก็ถูกขุดมาเปิดพร้อมกับเสียงฮัมเพลงของพวกเราทั้งสามคน ท่ามกลางขุนเขาและเส้นทางที่สวยงาม น้องปอ บล็อกเกอร์จากเพจ #วิถีตากล้อง กับน้องดุ๊ก จากนิตยสาร esquire สองหนุ่มในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ นี่เราเป็นสาวสุดที่สุดในรถเลยใช่มะ ฮา (ที่เห็นหน้าพี่เหวี่ยงแต่จริงๆ พี่กำลังทำมิวสิคอยู่นะ กำลังอินกับเพลง) อนุสรณีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร จากโรงแรมน่านตรึงใจใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงนิดๆ เราก็ไปถึงจุดหมายแรกนั่นก็คือ อนุสรณีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร เขียนแบบนี้ถูกแล้วไม่ได้ผิดแต่อย่างใดค่ะ ตอนแรกก็แอบงงว่าทำไมไม่เรียกว่าอนุสาวรีย์ สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ได้สละชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันรักษาราชอาณาจักรไทย ในเขตอำเภอทุ่งช้าง จากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไว้ได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 ซึ่งในช่วงเวลาที่พระองค์ได้เสด็จฯ ไปนั้น จังหวัดน่านยังเป็นพื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยภัยอันตราย แต่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด นำมาซึ่งความปลื้มปิติและเป็นที่เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นของชาวเมืองน่านถึงน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง เดินเข้าไปด้านในอาคารจะพบกับศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไหว้สักการะท่านก่อนเดินไปข้างในกันค่ะ ด้านในจะบอกเล่าเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับการทำสงคราม การสู้รบ มีการจัดแสดงปืนในสมัยนั้นให้ได้เห็นเป็นบุญตามาก เพราะถือว่าแต่ละกระบอกมีเรื่องราวที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ภาพเก่าๆ ที่หาดูได้ยากในวันที่เกิดการสู้รบในบริเวณแห่งนี้ ถูกเก็บไว้ให้ลูกหลานได้เข้าไปศึกษาหาความรู้กันได้ที่นี่ค่ะ Café de Pua อ.ปัว หลังจากนั้นได้เปลี่ยนคนขับโดยให้น้องดุ๊กชายหนุ่มพูดน้อยเป็นคนลองขับฟอร์ด เอเวอเรสต์ จากท่าช้างเราขับไปต่อยัง อ.ปัว เพื่อมุ่งหน้าไปหาความสดชื่นนั่นก็คือการไปนั่งจิบชา กาแฟ กับร้านที่ไปเยือนปัวต้องไปเช็คอิน Café de Pua อยู่ห่างจากอนุสรณีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร 39 กิโลเมตร เท่านั้นเองถือว่าคนขับเส้นนี้ไม่ได้เหนื่อยมากเพราะแป๊บเดียวเราก็มาถึงร้านแล้วค่ะ ซึ่งตัวร้านยกสูงสองชั้นเดินขึ้นบันไดจะพบกับลานกว้างๆ สามารถสั่งเครื่องดื่มแล้วมานั่งด้านนอกรับลมชมวิวได้ หรือจะเข้าไปด้านในก็มีแอร์เย็นฉ่ำ ในส่วนของขนมนั้นเนื่องจากคณะของเราคนเยอะดังนั้นเกิดการเหมาขนมหมดตู้ เราเลยได้ชิมเพียงเครปเค้ก ซึ่งถือว่ารสชาติดีทีเดียวแป้งนุ่มมาก เลเยอร์ของเค้กละเอียดชิมคำแรกรู้เลยว่าเป็นเค้กที่ทำวันต่อวัน เมนูเครื่องดื่มก็มีทั้ง ชา กาแฟ เค้ก หรือแม้กระทั่งบิงซูก็ยังมีนะเออ ราคาถือว่ากำลังน่ารักไม่ได้แพงจนเกินไปเริ่มต้น 35 บาท เท่านั้นเอง ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 . เบอร์โทรศัพท์ : 080 125 4952 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว นั่งอยู่ที่ Café de Pua สักพักจัดการขนม เครื่องดื่มกันหมดแล้วได้เวลาล้อหมุนไปยังเส้นทางต่อไปนั่นก็คือที่พักของเราคืนนี้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตอีกแห่งในจังหวัดน่าน นี่ขนเสื้อกันหนาว หมวก ถุงเท้า พร้อมมาก ได้แต่ภาวนาขอให้มีทะเลหมอกงามๆ อากาศเย็นๆ เราเป็นคนนั่งข้างๆ คนขับ ดังนั้นก็ได้เห็นวิวสองข้างทางแบบเต็มๆ สองตา เราผ่านไร่ข้าวโพดนับร้อยไร่ที่ตอนนี้กลายเป็นความเหี่ยวแห้งไปหมดแล้ว แต่ก็เป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบนะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีก็ถึงดอยภูคา พวกเรามีโอกาสทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ (Advanced-Driving Assist Technology) ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ที่คอยควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยตามความเร็วที่ตั้งไว้ ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ที่ช่วยลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งบริเวณหน้ารถ รวมไปถึง ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงการขับขี่จะเป็นไปอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และคล่องตัวในทุกสภาพถนน สำหรับดีไซน์ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบให้แลดูกว้างขวาง สะดวกสบาย ทำให้ผู้ขับขี่ผ่อนคลาย นี่เป็นการพักค้างแรมไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ได้นอนอุทยานแห่งชาติ (ส่วนใหญ่คือจองยากเต็มตลอด) และนี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่รู้สึกว่า บ้านพักของที่นี่ดีงามมาก เข้าไปข้างในจะมีเตียงสี่เตียงนอนได้ 4 คน มีโต๊ะเครื่องแป้งในห้องด้วยนะ ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม สะอาดดีมาก พื้นห้องทำจากไม้ขัดมัน ส่วนห้องน้ำก็แยกห้องอาบน้ำไว้ชัดเจนจะได้ไม่ต้องต่อคิวกัน มีตู้เสื้อผ้า อ่างล้างหน้า ด้านนอก โดยรวมคือประทับใจมาก ถ่ายรูปเชยชมกับห้องพักเสร็จ พระอาทิตย์กำลังตกพอดีไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลเลยค่ะ เพราะบริเวณบ้านพักเราจะได้เห็นวิวสวยๆ แบบนี้ คุณแม่ฉายเดี่ยวขอไปนั่งเปลี่ยวตรงนี้นะ จริงๆ หากใครอยากสัมผัสอากาศเย็นสบายแนะนำให้ไปนอนเต็นท์ และเต็นท์อุทยานดอยภูคาก็ดีงามไม่แพ้บ้านพักเลย คือเป็นเต็นท์ใหม่ กว้างขวางมาก และที่สำคัญบริเวณลานกางเต็นท์สามารถถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกได้สวยมาก เราพลาดที่สุดเมื่อเห็นรูปสวยๆ ที่น้องปอ มื้อเย็นฝากท้องกันที่ร้านอาหารของอุทยานจัดมาเต็มเหมือนกัน ทั้งน้ำพริกพื้นเมือง ปลาทอด ไข่เจียว ผัดผัก คืออร่อยทุกอย่างนะถ้าเสิร์ฟร้อนๆ ที่นี่คือ ลานดูเดือน แวะไปดูที่นอนของหนุ่มๆ กันหน่อย กลางคืนมีดาวเต็มฟ้าเลยค่ะ เธอเห็นดวงจันทร์นั้นมั้ยดวงกลมโตมาก กลางคืนมาแคมป์ปิ้งลานนี้ดีงามมาก แต่นั่งนานๆ ก็ไม่ไหวเพราะอากาศเริ่มหนาวเย็นมากไปนั่งผิงไฟอุ่นๆ กินมันเผาร้อนๆ คือฟินสุดๆ จบคืนแรกไปอย่างสนุกสนานแยกย้ายกันพักผ่อนแต่หัวค่ำ DAY 2 เช้านี้ตั้งใจมากที่จะตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นหลังจากที่พลาดพระอาทิตย์ตกไปเมื่อวาน กุญแจรถยังอยู่กับเราสามารถขับไปที่ลานดูเดือนจุดกางเต็นท์ได้ ใครจะเดินไปก็ได้นะแต่ก็เหนื่อยอยู่เหมือนกันค่ะ ตอนนั้น 6 โมง เช้านะ แต่ภาพที่เห็นคือแสงยังไม่โผล่มาสักนิดพระจันทร์ดวงกลมโตยังคงยิ้มให้อยู่เลย รอจนแน่ใจว่าวันนี้ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแน่ๆ เพราะว่าพระอาทิตย์ขึ้นหลังเขากว่าจะโผล่มาก็ 9 โมง พอดี ส่วนทะเลหมอกที่มโนไว้นั้น เงียบสงบ ไร้ซึ่งหมอกสักเล็กน้อยให้ชื่นใจ แทบจะเดินเอากล้องไปเก็บอย่างรวดเร็ว ทางขึ้นลานดูเดือนจุดกางเต็นท์เมื่อคืนค่ะ พอขับรถจะกลับเข้าไปอาบน้ำเก็บของ ก็เห็นบ้านพักหลังน้อย เรียกว่า บ้านเกวียน น่ารักน่าพักมาก รอบหน้าต้องมาพักตรงนี้เลย กลับไปอาบน้ำเก็บของ ทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารของอุทยานเป็นข้าวต้มที่อร่อยมากๆ หิวจนไม่ได้ถ่ายรูปมาอวดเลย เมื่อทุกคนอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันต่อค่ะ และวันนี้เราได้เปลี่ยนคันแล้วจากฟอร์ด เอเวอเรสต์เป็นฟอร์ด เรนเจอร์ค่ะ กับเส้นทางแรกในเช้าวันนี้ระยะทางกว่า 95 กิโลเมตร พร้อมมากค่ะ โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ต.ขุ่นน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ เส้นทางในวันนี้ทำให้ร้องว้าวตลอดทางเลยล่ะ และเป็นเส้นทางที่ไกลมากเราจะไปกันสุดเขตเมืองน่านทางตอนเหนือติดกับชายแดนใน ต.ขุ่นน่าน ที่ได้ชื่อว่า ขุ่นน่านไกลมาก แต่ระหว่างทางมีทั้งทะเลหมอกให้ร้องว้าวด้วยความตื่นเต้นตลอดทางคือเราเป็นคนขับไงแทบอยากจะหยุดจับพวงมาลัยชั่วคราวแล้วเอามือมาคว้ากล้องกดรัวๆ ได้แต่คิดไงในความเป็นจริงได้แต่มองเท่านั้น ในส่วนของโค้งนั้นใครได้ขับฟอร์ดเรนเจอร์ในเส้นทางนี้บอกได้คำเดียวว่าขับสนุก มันมาก!! ดูโค้งสิ สวยมากและแล้วเราก็มาถึง โครงการปิดทองหลังพระ ในสภาพที่หลายคนมีอาการวิงเวียน คล้ายจะเป็นลม ก็แหง๋ล่ะเจอโค้งขนาดนี้ถ้าเป็นเราก็ไม่ไหว ดีนะชิงขับก่อน ฮา ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และฝึกอบรมด้านการพัฒนาพื้นที่ทำกินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายในโครงการมีได้จัดสรรพื้นที่ในการปลูกพืช ผักสวนครัว และเพาะพันธุ์ต้นกล้าหลายชนิดเพื่อแบ่งปันให้ชาวบ้านนำไปปลูกป่าและช่วยกันรักษาป่าของตัวเอง ซึ่งอย่างที่หลายคนคงเคยทราบว่าต้นไม้บนภูเขาในจังหวัดน่าน กลายเป็นภูเขาหัวโล้นหลังฤดูเก็บเกี่ยวโครงการปิดทองหลังพระจึงมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูป่าไม้ในแถบนี้ ผักมีหลายชนิดแต่ละชนิดก็ง้ามงามค่ะ ส่วนพืชที่จะก่อให้เกิดรายได้แก่ชาวบ้านทางโครงการเน้นไปที่เมล็ดกาแฟค่ะ บริเวณนี้คือต้นกล้าของต้นไม้ใหญ่ที่จะทยอยนำไปปลูกป่าต่อไป มองจากมุมนี้จะเห็นว่าโครงการปิดทองหลังพระตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมากคือติดภูเขา และที่ขุ่นน่านยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน ที่จะไหลรวมไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย แต่น้ำยังคงขาดแคลนสำหรับทำการเกษตรสำหรับที่นี่อยู่ค่ะ ปลูกพืชผักไปแล้ว ที่นี่ยังเลี้ยงหมูป่าด้วยค่ะ ยิ้มให้กล้องด้วยนะคะ ^^ ป้ายนี้ได้วาดให้พอดีกับของจริงที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าทาวโครงการกำลังฟื้นฟูส่วนไหนไปบ้างแล้วตามเส้นแต่ละสีเลยค่ะ ที่ชอบอีกอย่างคือโครงการปิดทองหลังพระมีบ้านพักริมแม่น้ำให้บริการด้วย ถ้าได้มานอนที่นี่สักคืนคงจะดีต่อใจมากๆ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าบ้านพักส่วนนี้รับรองเป็นหมู่คณะที่มาศึกษาดูงานที่นี่เท่านั้น หากนักท่องเที่ยวสนใจจะไปพักที่นี่มีจุดให้กางเต็นท์ได้ค่ะ ศึกษาดูงานของโครงการมาแล้วก็ได้เวลาช่วยกันปลูกบ้าง ต้นนี้คือต้นกล้าของบร็อคโคลี่ค่ะ อีก 6 เดือนจะเป็นต้นใหญ่พร้อมทานได้ อยากกลับไปดูอีกจังว่าต้นที่เราปลูกจะเติบโตแค่ไหน เด็ดสุดคืออาหารของที่นี่อร่อยมากกกลากเสียงยาว ไก่ทอด ไข่เจียวฟูฟ่อง ยำถั่วพู กะหล่ำทอดน้ำปลา กะเพราไก่ อาหารง่ายๆที่รสชาติไม่ธรรมดาจริงๆ ปลายมางทางรัก อ.บ่อเกลือ อยู่ที่โครงการปิดทองหลังพระถึงบ่ายๆ พวกเราก็เดินทางกันต่อค่ะ มุ่งหน้าไปยัง อ.บ่อเกลือ แวะไปจิบกาแฟ ทานขนมอร่อยๆ ที่ปลายมางทางรัก ปลายมางทางรัก รีสอร์ทและร้านกาแฟสุดฮิปริมแม่น้ำน่านเป็นอีกที่พักที่เราอยากไปที่นี่มาก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหากไม่ได้พักสามารถแวะไปจิบกาแฟได้ด้วย เดินเข้าไปก็จะพบกับบ้านพักสีสันสดใส มีทั้งแบบตู้คอนเทนเนอร์ แบบอิฐมอญ แค่เห็นด้านนอกก็จินตนาการต่อไปถึงด้านในห้องแล้ว อ๊ากกกอยากพักที่นี่ ในส่วนของขนมนั้นทีมงานของฟอร์ดสั่งมาให้แบบน่ารักเชียวมีแก้วมาให้หนึ่งใบเลือกกดได้ว่าจะดื่มกาแฟ หรือชา ส่วนขนมก็หลายอย่างตามนี้เลยค่ะถือไปนั่งจิบริมน้ำคือดีงามมาก ถ้าตอนเช้าๆ ที่นี่มีหมอกลอยมาเล็กๆ ด้วยนะ จะมีอะไรดีไปกว่านี้ ความรู้สึกหลังได้ทดลองขับฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถกระบะที่ขับสนุกมาก ลุยมาก ไปได้ทุกสภาพถนนจริงๆค่ะ ตลอดเส้นทางที่เราผ่านมีทั้งถนนขรุขระ เป็นหลุมบ่อ ฟอร์ด เรนเจอร์ก็พาเราไปได้อย่างสบายๆ ขอโอนเอียงความชอบไปให้ฟอร์ด เรนเจอร์ นิดนึงเอาความชอบส่วนตัวคือเรนเจอร์เกิดมาแกร่งเหมาะกับเส้นทางที่เราคาดการณ์ไม่ถึงว่าต้องเจอกับสภาพอย่างไรบ้าง และผู้หญิงก็สามารถขับคนนี้ได้สบายๆ แถมสนุกทุกการขับขี่จริงๆ โรงแรมน่านตรึงใจ ออกจากปลายมางทางรัก มือสามก็มาขับคราวมุ่งหน้ากลับโรงแรมน่านตรึงใจคืนนี้เราจะไปนอนที่นั่น อยากจะบอกว่าเรานี่เมาหนักมาก เวียนหัวสุดๆ ก็เล่นถ่ายรูปไปด้วยพร้อมเหวี่ยงไปกับโค้งด้วยงานนี้ไม่เหลือค่ะ โรงแรมน่านตรึงใจเป็นโรงแรมบูทีคโฮเทลอยู่ออกมานอกเมืองเล็กน้อยค่ะ โรงแรมเน้นสีขาวครีม มีบริเวณกว้าวขวาง เห็นบรรยากาศแบบนี้คิดถึงเด็กหัวหยองเหมือนกันนะคะ นี่ถ้ามาคงวิ่นเล่นกันสนุกเลย ห้องพักผนังสีเขียวสดใสเชียว ห้องขนาดกว้างดีค่ะ ห้องน้ำโทนสีขาว สะอาดดี โดยรวมทั้งห้องพักและห้องน้ำดูไม่เก่าค่ะ ด้านนอกมีสระว่ายน้ำด้วย ถือว่าเป็นโรงแรมที่เหมาะกับครอบครัวเลยล่ะ ใครจะมาเที่ยวเมืองน่าน ลองดูโรงแรมน่านตรึงใจเป็นอีกทางเลือก ซึ่งไม่ค่อยมีคนรีวิวโรงแรมนี้เท่าไรหาข้อมูลยากนิดนึง เราจัดรูปมาให้ประกอบการตัดสินใจแล้วนะ ค่ำคืนนั้นมีงานเลี้ยงแบบพื้นเมือง พร้อมกับอาหารเหนือ ขนมปากหม้อแสนอร่อย นี่ยังคงติดใจในรสชาติอยู่เลยค่ะ DAY 3 เช้านี้อากาศเย็นๆ ไม่ได้หนาวเหมือนอยู่บนดอยภูคา วันนี้เราจะได้กลับไปขับฟอร์ด เอเวอเรสต์อีกครั้ง เทศบาลตำบลเวียงสา อ.เวียงสา พวกเราได้เดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสา เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในคราวเสด็จเยือนจังหวัดน่านครั้งแรก พร้อมเยี่ยมชมการจัดแสดงพระที่นั่ง ภาพถ่าย และของใช้ในสมัยโบราณ และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาพนี้เป็นภาพเมื่อครั้่นพระองค์เสร็จมาเยือนแผ่นดินน่านครั้งแรกที่อำเภอสา เป็นภาพที่สร้างความประทับใจแก่พสกนิกรชาวน่านเป็นอย่างมาก อาคารของที่นี่ยังคงเหมือนสมัยที่พระองค์เสด็จมาเยือนค่ะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ตามรอยเท้าพ่อ ที่อยากให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวกัน เราได้ทดสอบการใช้ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ซึ่งเป็นระบบช่วยสแกนหาช่องว่างในการจอดรถที่เหมาะสม รวมไปถึงระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) ที่จะคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่มีรถคันอื่นอยู่ในจุดบอดหรือเมื่อมีรถตัดผ่านในขณะถอยออกจากซองจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยรถออกจากช่องจอดได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ โรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยา ในช่วงบ่ายเรายังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับฟอร์ด ประเทศไทย ด้วยการสมทบทุนในการสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยา และส่งมอบหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ นิทาน และวีดิทัศน์เกี่ยวกับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ให้กับทางโรงเรียนค่ะ ร้านวันดา ออกจากโรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยาเรามุ่งเข้าตัวเมือง ตั้งแต่มาถึงน่านยังไม่ได้กินข้าวซอยเลย ซึ่งร้านข้าวซอยในเมืองน่านมีร้านอร่อยเยอะมากหนึ่งในนั้นคือร้านวันดาเลยค่ะ ร้านวันดาเป็นร้านข้าวแกงเก่าแก่ของเมืองน่าน ไปตอนกลางวันคนแน่นมาก ชื่อร้านก็มาจากป้าวันดาเจ้าของร้านนั่นเองค่ะ เมนูแนะนำได้แก่ ขนมจีน ข้าวซอย ข้าวแกง หมูสะเต๊ะอร่อยมาก โต๊ะเราถึงกับต้องสั่งเพิ่มเลยค่ะ ข้าวซอยไก่ เนื้อไก่นุ่ม เปื่อย น้ำข้าวซอยก็เข้มข้นมาก เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงแบบจัดเต็มมาก ขณะเขียนรีวิวนี้อย่างหิว ร้านวันดา เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 17.00 น. เบอร์โทรศัพท์ : 090 323 6355 , 089 199 5856 ขนมหวานป้านิ่ม จริงๆ ร้านวันดาก็มีขนมหวานขายด้วยนะ แต่มาถึงน่านถ้าไม่ได้ไปชิมขนมหวานร้านป้านิ่มก็ถือว่าไม่ถึงนะเธอ ร้านขนมหวานป้านิ่มอยู่ใจกลางเมือง ตรงข้ามวัดศรีพันต้น ลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นบนสามารถนั่งชมวิววัดศรีพันต้น มองดูผู้คนผ่านไปผ่านมา หรือจะนั่งด้านนอกเอ้าดอร์ชิลล์รับลมเย็นๆ สบายๆ ค่ะ มาดูเมนูสุดฮิต นั่นก็คือ บัวลอยไอศกรีม ถ้วยนี้เลยค่ะเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิเข้มข้นหอม หวาน มันมากๆ ถ้วยนี้เป็นบัวลอยไอศกรีมใส่ไข่ เป็นทริป 3 วัน 2 คืน ที่มีความสุข มีความรอยยิ้มระหว่างการเดินทาง มีความสวยงามให้เราต้องหยิบกล้องมากดชัตเตอร์รัวๆ นอกจากนั้นได้มิตรภาพใหม่ๆ ของเพื่อนร่วมทางอีกด้วย หลังจากจบกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมทั้งอิ่มเอมใจไปกับกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อ ที่ทำให้เราได้สัมผัส เข้าใจ และพร้อมที่จะสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการทำความดีเพื่อสังคมและประโยชน์ของส่วนรวมมากยิ่งขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดกิจกรรมเหล่านี้เราได้มีส่วนประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ และอยากชวนให้ไปเที่ยวน่านด้วยกันค่ะ ขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทย ที่ทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ตามรอยเท้าพ่อค่ะ

23,260 total views, 7 views today

teawbebgru

<p>เราก็แค่ครอบครัวที่รักการเดินทาง ดีใจที่ได้พาลูกท่องโลกกว้างด้วยกัน<br /> ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องเล่าของเรานะคะ ^^</p> <p>ติดต่องาน : 089 9960416<br /> ติดตามเราได้ทุกช่องทางดังนี้</p>

Leave a Comment

Main menu