to top

ลาวใต้ ได้ไปแล้วจะรู้ 3 วัน 2 คืน โหด เสียว สนุก

เที่ยวแบบกรู…พาไปเยือนลาวใต้ ทริปนี้มีทั้งความสนุก ความโหด ความหวาดเสียว และความประทับใจที่เพื่อนๆ สามารถตามรอยได้ไม่ยากเลย

ลาวใต้ ทำความรู้จักก่อนไป?
ลาวใต้ก็คือไม่ใช่ลาวเหนือนั่นเอง ตึง! เอาล่ะเข้าเรื่อง ลาวใต้อยู่ในแขวงจำปาศักดิ์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนประเทศไทยและกัมพูชา มีเมืองปากเซเป็นเมืองหลักของแขวง และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของลาว ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ รวมไปถึงการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางและเกิดเกาะแก่งเป็นจำนวนมากจนได้ชื่อว่า “ดินแดนสี่พันดอน”

ค่าเงินลาวคือกีบ 10,000 กีบ เท่ากับ 38 บาท (ตรวจสอบค่าเงินอีกครั้ง)


DAY 1

ทริปนี้แม่ไข่ฉายเดี่ยวไปร่วมทริปสุดพิเศษ Extraordinary Adventure กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ โดยเริ่มต้นทริปนี้ที่สนามบินดอนเมืองปลายทางสนามบินอุบลราชธานีค่ะ

ถึงอุบลราชธานีเวลา 08.30 น. ในทริปนี้เป็นทริปที่เดินทางพร้อมกับสื่อมวลชนจากหลายที่ และได้แบ่งกลุ่มกันเรียบร้อย ของเราเป็นรถคันนี้เลยค่ะ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์เอนกประสงค์ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถะเพื่อการขับขี่ ทริปนี้ลุยๆ แบบนี้ขับคันนี้สบายใจหายห่วงค่ะ

ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานีมุ่งหน้า ช่องเม็ก อ.สิรินธร ซึ่งเป็นด่านชายแดนที่เราจะข้ามไปลาวใต้ค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเกือบ 2 ชั่วโมง

***ขั้นตอนการดำเนินการ ณ ด่านชายแดน

1.การเดินทางเข้า สปป.ลาว ต้องไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง นำรถไปตรวจที่เจ้าหน้าที่ศุลกากร
2.เจ้าหน้าที่จะประทับตราวันที่นำรถออกนอกประเทศในสมุดเล่มสีม่วง พร้อมประทับตราในใบตรวจรถยนต์เข้าออกจากราชอาณาจักร (เป็นกระดาษขนาด A4) ต้องเก็บใบนี้ให้ดีเพราะถ้าหายจะนำรถยนต์กลับเข้าไทยไม่ได้
3.เมื่อข้ามไปฝั่งลาวแล้ว ต้องไปซื้อกรมธรรม์ประกันภัยบุคลที่ 3 ที่สำนักงานตัวแทนประกันภัย บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยต้องแจ้งระยะเวลาที่จะซื้อ (อย่างต่ำ 5 วัน สามารถต่ออายุวันต่อวันได้ที่ที่ทำการขนส่งของเมือง แต่ต้องก่อนหมดอายุกรมธรรม์) และแจ้งรายชื่อแขวงที่เราจะเดินทางไป (ถ้าไปหลายแขวงต้องแจ้งให้ครบ)
4.เมื่อเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว จะได้เอกสาร 2  ชุด คือ ใบอนุญาตนำรถเข้าประเทศลาว และ เอกสารการทำประกันบุคคลที่ 3 พร้อมสติ๊กเกอร์สี่เหลี่ยมเล็กๆ สีเขียวแจ้งอายุของกรมธรรม์ สำหรับติดหน้ารถ 1 ใบ จากนั้นต้องไปเสียภาษีการนำรถยนต์เข้า สปป. ลาว ที่แผนกภาษีของศุลกากร จะได้เอกสาร(สีเขียว) พร้อมสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถ 1 ใบ  
***การนำรถเข้าไปในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะอยู่ในประเทศลาวได้ไม่เกิน 15 วัน และไม่เกินที่กำหนดไว้ในเอกสารการเดินทาง หากเดินทางเป็นทริปคาราวานแบบนี้เราก็มีทีมงานจัดการเรื่องข้ามแดนให้เรียบร้อยแล้ว ไปค่ะซิส เปลี่ยนซิมเปิด Jook เชื่อมต่อฟังเพลงชิลล์ไป
ข้ามมาฝั่งลาวสิ่งแรกที่จะได้เจอคือ “ฝุ่น” เราเคยไปลาวใต้ประมาณ 6 ปีก่อน ฝุ่นก็ยังเหมือนเดิม
โอ๊ะโอ มีทางด่วนด้วยนะ
ขับไปเรื่อยๆ จุดแรกที่แวะคือพักทานอาหารเที่ยงที่โรงแรมเอราวัณ
จัดว่าเป็นโรงแรมที่หรูหราดูดีในแขวงจำปาศักดิ์ก็ว่าได้ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีด้านหน้าติดแม่น้ำ ด้านหลังติดภูเขา

มื้อเที่ยงจัดบุฟเฟต์กันไปแต่รสชาติอาหารกลางๆ นะไม่ได้ว้าวอะไร

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังน้ำตกแซปองไหล หรือ แซป่องไล กับเส้นทางที่ได้ทดสอบสมรรถนะของฟอร์ เอเวอเรสต์ ที่มีทั้งทางกรวด ลูกรัง หลุม โคลน รวมถึงการทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในการข้ามลำธารน้ำถึง 3 แห่ง
ลำธารที่โหดสุดคือน้ำมิดล้อเลยค่ะ

และการเดินทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้ง ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ

และแล้วเราก็มาถึงน้ำตกแซปองไหลอย่างปลอดภัย

ด้วยความที่ไปถึงเย็นแล้ว คนเยอะเลยไม่ได้ภาพที่ถูกใจนัก ตั้งใจว่าตอนเช้าจะกลับไปอีกรอบ สำหรับที่พักคืนแรกเรานอนกันริมน้ำตกแซพระ ซึ่งน้ำตกแซป่องไล กับน้ำตกแซพระ อยู่ที่แขวงอัตตะปือ ห่างจากตัวเมืองอัตตะปือประมาณ 60 กิโลเมตร ทั้งสองน้ำตกอยู่ไม่ไกลกันมากใช้เวลาขับรถประมาณ 15-20 นาที

ใครไม่อยากนอนเต็นท์ ก็สามารถนอนบนรถแบบนี้ได้นะคะ สบายดีนะที่นอนนุ่ม 

ความมืดปกคลุม ความหนาวมาเยือนแบบนี้ต้องบาบีคิวสิคะ

ดนตรีสดก็มาบรรเลงให้ฟังกันด้วย

คืนแรกหลับไปแบบไร้สติ น้ำไม่ได้อาบสารภาพเลย ฮ่า

DAY 2

น้ำตกแซป่องไล

กลุ่มเราตั้งใจจะกลับไปเก็บภาพน้ำตกแซป่องไลอีกครั้ง อากาศวันนั้นหนาวเย็นมาก และน้ำตกตอนเช้าแบบไม่มีคนก็งามจับใจ

ไม่มีอะไรมาหยุดแม่ได้ แม้แต่ความเหน็บหนาวก็ตาม บิกินีสิคะรออะไร

เป็นโต๊ะทำงานที่ฟินมากก

ถ่ายภาพจนพอใจแล้วกลับไปยังเต็นท์ที่พักอีกครั้งเพื่อทานอาหารเช้า และจิบชาเบาๆ ริมน้ำตก

บางคนก็จิบบนที่นอนส่วนตัวแบบนี้

น้ำตกแซพระเป็นจุดกางเต็นท์ที่รองรับนักท่องเที่ยวอยู่ในทำเลที่สวยงาม บรรยากาศดี

เอาภาพด้านในเต็นท์ให้ดูอีกครั้งเมื่อคืนถ่ายไม่ได้มืดซะก่อน

ห้องน้ำก็สะอาดดีค่ะแบ่งชาย- หญิง 

เก็บเต็นท์เรียบร้อยพร้อมเดินทางไปเที่ยวกันต่อ

น้ำตกแซพระ

น้ำตกแซพระสวยงามไม่แพ้น้ำตกแซป่องไลเลยค่ะ

ออกเดินทางจากน้ำตกไปยังโรงเรียนสมบูนไชยดอนโขง เพื่อบริจาคสิ่งของ และทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนและชุมชน

ไม่เคยไปแจกสิ่งของที่ไหนแล้วมีขบวนตั้งแถวรอรับเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ ประทับใจเด็กๆ ที่นี่จริงๆ

น้ำตกตาดฟาน

ที่สุดของความหวาดเสียวในทริปนี้เมื่อเราไปที่น้ำตกตาดฟาน

น้ำตกตาดฟาน ด้านในมีที่พักบรรยากาศดี ท่ามกลางป่าเขา น้ำตก พร้อมบริการร้านอาหารที่อาหารอร่อยมาก

หลังจากอิ่มท้องกันแล้วได้เวลาตื่นเต้นกับการเล่นซิปไลน์สูงที่สุดในลาวใต้กับสลิงเส้นเล็กๆ เอาจริงๆ เราห่วงเรื่องความปลอดภัยนะเพราะเส้นเล็กเกินไป ตัวเกี่ยวก็ดูไม่แข็งแรงแต่เราก็เล่นไปแล้ว 55

การเล่นซิปไลน์ทั้งหมด 4 เส้น เส้นแรกคือหวาดเสียวที่สุดแล้ว เส้น 2-4 สบายๆ แต่เส้นสุดท้ายเดินขึ้นเขาเหนื่อยมาก

ยังหวาดเสียวไม่พอต้องไปลองจิบกาแฟชิลล์ๆ  (หรา) บนสายสลิงสักครั้งในชีวิต ซึ่งโต๊ะเก้าอี้สำหรับสองคน แบบไม่มีที่กั้นใดๆ ทั้งสิ้น พนักงานก็จะพาเราไปยังกลางสลิงแล้วก็รินกาแฟเสิร์ฟให้คนละแก้ว อยากจะจิบนานแค่ไหนก็ได้เอาที่สบายใจถ้าอยากกลับก็ค่อยเรียกพนักงาน

ราคาซิปไลน์คนละ 1,400 บาท
ซิปไลน์ + จิบกาแฟ คนละ 2,400 บาท

ที่ราบสูงโบโลเวน วิถีชีวิตชนเผ่า ตะโอย

เดินทางต่อไปยังที่ราบสูงโบโลเวน “เอิ้นดาว ก่ะได้” วลีฮิตจากภาพยนตร์โฆษณา กาแฟ “Dao Coffee” ทำให้คนไทยเริ่มรู้จักกับกาแฟจากลาว และที่ราบสูงโบโลเวน

โบโลเวนอยู่ในเขตเมืองปากซอง แขวงจำปาศักดิ์ สปป.ลาว แต่ที่มีชื่อเป็นสำเนียงฝรั่งนั่นมาจากพื้นที่ละแวกนี้เดิมทีเป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองที่เรียกตัวเองว่า บอละเวน เมื่อมาถึงยุคล่าอาณานิคม ฝรั่งเศสยึดลาวเป็นเมืองขึ้น และชาวฝรั่งเศสที่มาตั้งรกรากได้เรียกชื่อชนเผ่าพื้นเมืองเพี้ยนไปว่า โบโลเวน พร้อมเรียกป่าในที่ราบสูงซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบอละเวนว่าเป็นที่ราบสูงโบโลเวนด้วย

ชาวลาวได้เริ่มมีการนำกาแฟพันธุ์อาราบิก้า 100% มาปลูกในพื้นที่นี้เมื่อปี 2533 พร้อมนำเทคนิคความรู้เรื่องกาแฟทั้งหมดมาจากฝรั่งเศส จุดสำคัญที่ส่งผลให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติดี มาจากการปลูกแบบอินทรีย์ จะไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชใดๆเลย

ไปที่ชนเผ่า ตะโอย อย่าลืมชิมอาหารพื้นเมืองด้วยนะ


อีตู้รีสอร์ท

ที่พักคืนที่สองนั้น เจ้าของเป็นคนไทย จัดว่าที่นี่สบายเลยทีเดียว กับที่พักเล่นระดับไปตามเนินเขา ห้องกล้างขวางพร้อมระเบียงชมดาว

มื้อเย็นที่อีตู้รีสอร์ท อาหารอร่อยที่สุดในทริปนี้และอากาศก็หนาวสุดๆ เช่นกัน

 

DAY 3

วันสุดท้ายของทริปนี้เก็บภาพบรรยากาศของอีตู้รีสอร์ทมาฝากกันค่ะ

อีตู้รีสอร์ท ตั้งชื่อตามน้ำตกที่อยู่ในพื้นที่นั่นก็คือ น้ำตกตาดอีตู้ ที่สามารถเดินลงไปเล่นน้ำได้จากห้องอาหารของรีสอร์ท

ปราสาทหินวัดพู

ที่เที่ยวสุดท้ายในทริปนี้คือ ปราสาทหินวัดพู จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อใดในลาวใต้ถ้าไม่ได้ไปถือว่าไปไม่ถึง ค่าธรรมเนียมคนละ 50,000 กีบ ด้านหน้าอย่าลืมชิมกล้วยยัดไส้มะพร้าวอร่อยมาก 3 ชิ้น 20 บาท (จ่ายเงินไทยได้)

เมื่อได้ตั๋วแล้วจะมีรถบริการไปยังตัวปราสาท ใช้เวลานั่งไม่เกิน 10  นาที

ลงจากรถแล้วต้องเดินไปถึงโน่นเลยค่ะ ต้นตาลสองต้นนั้นคือปลายทางที่มีปราสาทหินอันสวยงามรออยู่

ปราสาทวัดพู 

ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ปราสาทวัดพู หรือ วัดพู นครจำปาสักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของลาวรองจากหลวงพระบาง

ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแห่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6 – 8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท

 อาณาเขตของปราสาทหินวัดภู เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นรถหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่างๆ

ทางเดินจากซุ้มลีลาวดีไปด้านบนค่อนข้างชัน และหากไปตอนกลางวันแดดร้อนมากทีเดียวค่ะ

เจอสองสาวนั่งร้อยมาลัยดอกลีลาวดี ยิ้มให้เราอย่างเป็นมิตรทีเดียว

เขาว่ากันว่า หากเจอดอกลีลาวดี 6 กลีบ ให้นำกลับบ้านไปด้วย

อาณาเขตของปราสาทวัดพู เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นลดหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุดนอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่างๆ

จากปราสาทหินวัดพูถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายในทริปนี้ เรายังคงเดินทางผ่านฝุ่นคละคลุ้งเพื่อกลับไปยังสนามบินต่อไป

มีความประทับใจเด็กๆ ที่เล่นน้ำแถวนั้น ^^

ค่าใช้จ่ายทริปนี้เผื่อเพื่อนๆ จะไปตามรอย
อย่างแรกเลยเพื่อนๆ ต้องมีพาสปอร์ตนะ ถ้าจะไปถึงน้ำตกแซปองไหล
1.
เช่ารถตั้งแต่ช่องเม็ก หรืออุบล เป็นรถโฟล์วิล นั่งได้ 4-5 คน เหมาวันละ 3,000 บาท (สถานที่แล้วแต่คุยกัน)​
2.เต็นท์ คนละ 120 บาท ต่อคืน
3.
ที่พักอีตู้รีสอร์ท คืนละ 1,000-1,300 บาท (พักได้ 2 คน)
**
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาสอบถามอีกครั้ง

ดังนั้นทริปนี้ประมาณ คนละ 2,500 บาท ไม่รวมอาหาร หรือถ้าใครมีรถก็แค่ทำเรื่องผ่านแดนก็จะประหยัดไปได้อีก

สอบถามเพิ่มเติม พี่แมน 095 601 5544

3 วัน 2 คืน ที่ได้ไปเยือนลาวใต้กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยิ่งได้ขับยิ่งอยากได้ กับระบบขับเคลื่อน 4  ล้อ อัจฉริยะ สามารถปรับโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ด้วยระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD) ประกอบกับความสูงจากพื้นรถถึง 225 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน และความสามารถในการลุยน้ำที่ความลึกสูงสุดที่ 800 มิลลิเมตร ฟอร์ด เอเวอเรสต์ จึงสามารถเอาชนะเส้นทางสุดท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

 

 

2,866 total views, 10 views today

teawbebgru

เราก็แค่ครอบครัวที่รักการเดินทาง ดีใจที่ได้พาลูกท่องโลกกว้างด้วยกัน ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องเล่าของเรานะคะ ^^ ติดต่องาน E-mail : teawbebgru@gmail.com

Leave a Comment

Main menu