to top

ทริปเดียวพาลูกเที่ยวสองเมือง ฮ่องกง – มาเก๊า เราไปมาแล้ว

ทริปเดียวพาลูกเที่ยว 2  เมือง เป็นการเดินทางประเทศที่ 6 ของเมลลี่หนูน้อยวัย 4 ขวบ ที่แค่บอกว่าจะพาไปดิสนีย์แลนด์หนูน้อยก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันเดินทางอย่างใจจดใจจ่อ ทริปนี้จะสนุกแค่ไหน ไปเที่ยวที่ไหนบ้างในเวลา  4 วัน 3 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ตามครอบครัวเราไปกันเลยค่ะ

มาเก๊า – ฮ่องกง ทริปเดียวพาลูกเที่ยว 2  เมืองแค่บอกว่าจะพาไปดิสนีย์แลนด์หนูน้อยก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันเดินทางอย่างใจจดใจจ่อ คุณพ่อคุณแม่เองก็แฮปปี้ที่จะพาลูกเที่ยว ทริปมาเก๊า-ฮ่องกงเราเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชียเลือกไฟลท์เช้าสุดและกลับไฟลท์ดึกสุดเพื่อจะได้เที่ยวอย่างเต็มที่ จริงๆ แล้วเราจะบินไปลงฮ่องกง หรือจะไปลงมาเก๊าก่อนแล้วค่อยข้ามไปฮ่องกงก็ได้ค่ะเพราะการเดินทางไป-กลับ สองเมืองนี้นั่งเรือข้ามไปแป๊บเดียวเอง เราบินไปกับแอร์เอเชียเดินทางสะดวกสบาย บินคุ้ม คุณภาพครบ บินตรงได้ทั้งจากดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ ตรวจสอบตารางเวลาเที่ยวบินและจองได้ที่ https://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1

การเดินทางในมาเก๊าและฮ่องกงสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่ว่าจะนั่งรถเมล์ รถไฟฟ้าคือคล่องตัว สะดวกสบายมาก  

 ตรวจสอบตารางเวลาเที่ยวบินและจองได้ที่ https://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1

สิ่งที่ต้องเตรียมและรู้เบื้องต้นก่อนไปมาเก๊า ฮ่องกง
1 .พกเพียงพาสปอร์ตก็ไปได้แล้ว
2.ค่าเงิน
   มาเก๊าคือ Pataca (MOP) 
    ฮ่องกงคือ ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)  เงินฮ่องกงใช้ที่มาเก๊าได้ ควรแลกจาก เมืองไทยไปเลยค่ะ
3.เวลาเดินเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
4.สนามบินฮ่องกงไม่อนุญาตให้พกนมสำหรับเด็กวัย 4 ปีขึ้นเครื่อง เมลลี่โดนยึดไปแล้ว ข้อแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกดื่มนมให้อิ่มก่อนก็จะดีค่ะ
5.การเดินทางโดยรถเมลล์สะดวกมากโดยเฉพาะที่มาเก๊า และรถไฟฟ้าที่ฮ่องกงก็ไม่ซับซ้อน
6.แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่ะ 
7. ตั๋วต่างๆ หากซื้อจากไทยไปได้จะสะดวกกว่า ประหยัดเวลาในการต่อแถว เราใช้บริการของเจ้านี้ค่ะ https://www.klook.com/th/

DAY 1 : Let’s go to Macao

รู้จักมาเก๊า (Macao) ?

มาเก๊าเป็นแหลมคาบสมุทรเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ในอดีตเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศโปรตุเกส ในปัจจุบันเป็นเขตปกครองพิเศษแห่งหนึ่งของประเทศจีน ทำให้เป็นเมืองที่มีส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมโปรตุเกสและจีน ซึ่งชื่อถนนและสถานที่หลายๆแห่งยังคงใช้ภาษาโปรตุเกสอยู่ มีคาสิโนและห้างขนาดใหญ่หลายแห่ง จนได้รับฉายาว่าเป็น Las Vegas of Asia

พื้นที่ต่างๆ ในมาเก๊าจะแบ่งเป็น ฝั่งมาเก๊า(Macao Peninsula), ไทปา(Taipa) , โคโลอาน(Coloane)  และโคไท(Cotai)
เอาล่ะค่ะตั๋วพร้อม พกพาสปอร์ตอย่างเดียวก็ไปเที่ยวได้ครอบครัวของเราเลือกที่จะบินไปมาเก๊าก่อนแล้วค่อยนั่งเรือข้ามไปฮ่องกงค่ะการพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศนั้นโดยเฉพาะเด็กน้อย ต้องมีบ้างที่จะร้องงอแง แต่ว่าเมลลี่ไม่เคยเป็นเพราะสิ่งที่เราที่เราฝึกคือให้เดินทางบ่อยๆ ค่ะ สำหรับเด็กทารกเมื่อขึ้นเครื่องครั้งแรกเตรียมนมไว้เลยค่ะพอเครื่อง Take off ให้ดูดนมทันที และเมื่อบ่อยๆ เข้าเด็กจะชินค่ะ สำหรับเมลลี่พอขึ้นเครื่องปุ๊บคาดเข็มขัดปั๊บ และหยิบคู่มือมาอ่านทันทีเป็นแบบนี้ทุกทริปเนื่องจากสร้างความเคยชินให้กับเค้าค่ะ ^^

 เราเดินทางไฟลท์แรกคือ 06.40 น. ดังนั้นก็เลยเลือกส่งอาหารล่วงหน้า (ได้ราคาประหยัด) ของคุณพ่อคุณแม่เป็นมะกะโรนี ของคุณลูกเป็นข้าวไก่ย่างค่ะ อร่อยมาก

หลับไปแป๊บเดียว เพียงสองชั่วโมงกว่าๆ 10.40 น. เราก็เดินทางถึงสนามบินมาเก๊า 
ใช้เวลาเกือบๆ หนึ่งชั่วโมงที่สนามบินหันซ้ายแลขวาตอนนั้นไม่คิดอะไรขึ้นแท็กซี่ไปโรงแรมเอาสะดวกไว้ก่อนเพราะของเยอะ ซึ่งต้องบอกว่าการเดินทางที่มาเก๊าสะดวกสบายมาก โดยเฉพาะรถสาธารณะ

Ole London Hotel

ที่พักคืนแรกและคืนเดียวที่มาเก๊าอยู่ในตัวเมืองใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแบบเดินไปได้ ออกจากสนามบินเราก็ให้แท็กซี่พามาส่งที่โรงแรมก่อนเลยค่ะ แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเช็คอินแต่โรงแรมก็ให้ฝากกระเป๋าแถมยังอัพเกรดห้องเพิ่มเป็นเตียงใหญ่ให้ด้วยเนื่องจากมีเด็ก ราคาของที่นี่ประมาณคืนละ 2000++ แล้วแต่ช่วงเวลาด้วยค่ะ

ห้องก็ประมาณนี้จัดว่ากว้าง ซึ่งหลายคนมักจะมองว่าที่พักในมาเก๊าแพงแต่จริงๆ แล้วราคาถูกกว่าที่ฮ่องกงเยอะเลยค่ะเมื่อจ่ายในราคาเดียวกันที่มาเก๊าจะได้ห้องกว้างเลยล่ะ  อย่างห้องนี้มีพื้นที่วางกระเป๋าและเดินได้สบายๆ ในห้องมีโต๊ะเครื่องเครื่องแป้ง ห้องน้ำก็ค่อยข้างกว้าง แอบไม่ได้ถ่ายมาเนื่องจากตอนนั้นดึกมากแล้ว เมลลี่ง่วง ^^

ถนนคนเดิน Tai pa Village Shopping Street 

โรงแรมที่เราพักค่อนข้างใกล้กับป้ายรถเมล์มากเลยค่ะ เดินมานิดเดียวเราก็สามารถนั่งรถเมล์เพื่อมุ่งหน้าไปยังไทปาซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองแค่ 30 นาทีเอง ระหว่างนั่งรถเมล์ชิลล์ๆ เมลลี่และคุณพ่อก็นั่งดูสองข้างทางไปเรื่อยๆ นั่งเพลินๆ เห็นบรรยากาศบ้านเมืองของเค้า เมลลี่สนุกมากแถมไม่บ่นเหนื่อยซักคำ ขนาดเพิ่งลงมาจากเครื่องนะคะ สำหรับค่าโดยสารรถเมล์นั่งชิลล์ๆ เพียงคนละ MOP $ 6 ตลอดสายเองค่ะ

ย่านนี้เป็นย่านช้อปปิ้งของฝากเลยนะ เช่น หมูแผ่น ทองพับ คุกกี้อัลมอนต์ และร้านอาหารอร่อยๆ ระดับต้นๆ ของมาเก๊า

ด้านหน้ามีมุมอาร์ตๆ ให้ถ่ายรูปด้วย

จุดมุ่งหมายของเราคือร้านนี้ Soda panda ชั้นแรกรวมของฝากขนมต่างๆ ชั้นสองและสามจะเต็มไปด้วยของน่ารักของพี่หมี  เมลลี่กรี๊ดกร๊าดดดมากปกติเด็กน้อยชอบหมีแพนด้าอยู่แล้ว แทบจะบอกให้ซื้อทุกอย่าง #แม่ปาดเหงื่อ 55

แนะนำให้ขึ้นไปชั้นสองจะตื่นตาตื่นใจ

ใครที่ชอบหมีแพนด้าบอกเลยว่าของน่ารักๆ เพียบ

บรรยากาศตอนกลางวันแดดจะแรงสักหน่อยถ้ามาช่วงปลายปีท่าจะฟินๆ แต่คนก็ไม่เยอะมากนะคะกำลังดีเลยล่ะ

มาถึงมาเก๊าถ้าไม่ได้กินทาร์ตไข่ร้าน Lord Stow’s Bakery ก็เรียกว่ามาไม่ถึงจัดไปก่อนเลย 1 กล่อง ประมาณ 200 บาทไทย ได้มา 6 ชิ้น พ่อแม่อร่อย เด็กน้อยก็ชอบจัดไปคนละชิ้นสองชิ้นหมดอย่างรวดเร็วเลยค่ะ (ติดตามความฟินได้ในคลิป) 

โดยรวม Tai Pa Village Shopping Street เป็นย่านที่เหมาะมาช้อปปิ้งซื้อของฝาก หาร้านอร่อย แต่แนะนำให้ไปบ่ายๆ หรือเย็นๆ จะดีกว่าเพราะบางร้านจะเปิดช่วงนั้น และอย่าลืมเดินไปให้สุดถนนสายนี้ถ่ายรูปสนุก

เดินกันมาเรื่อยๆ เราก็มาเจออีกร้านหนึ่ง ที่ชื่อว่า o-moon ร้านสีฟ้า-ขาว ซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็กๆ ภายในตกแต่งได้น่ารักมากๆ ของในร้านจะออกแนวแฮนด์เมดมีทั้ง สมุดโน้ต กระเป๋าสะพายเอาไว้ใส่ของจุกจิก และเคสท์มือถือที่เป็นลายสถานที่ท่องเที่ยวของมาเก๊าอีกด้วย สำหรับร้านนี้เมลลี่ตื่นตาตื่นใจมาก วิ่งไปพลางร้องเรียก “แม่ๆ นั่นมูนๆ  โอววว อะบิ๊กมูน”

ประหนึ่งยกพระจันทร์มาไว้ที่ร้านเลยค่ะ

ของในร้านจะแนวแฮนด์เมดมีหลายสิ่งมาก เช่น เคสต์มือถือ สมุดโน้ต กระเป๋า 

เซอร์ไพรส์มากกำลังร้อนๆ อยากดื่มน้ำเย็นๆ หันไปเจอร้านคนไทยขายแนวน้ำอัญชันคนเยอะเลยค่ะ

นั่งรถเมล์ไปต่อกันที่ ย่านโคไท(Cotai) เป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นจากการถมดินขึ้นมาใหม่เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเกาะโคโลอานกับเกาะไทปา จนปัจจุบันเป็นเกาะเดียวกัน เป็นย่านที่มีคาสิโนขนาดใหญ่ชื่อดังรวมตัวกันอยู่มากมาย เช่น เวเนเชี่ยน และ City of Dream ย่านนี้จะเป็นย่านโรงแรมหรูของคาสิโนจุดนี้ก็พากันเดินเรื่อยๆ เมลลี่ก็สตรองเดินได้ไม่เหนื่อยอากาศเย็นสบายดีค่ะ

วาปปปมาโผล่ที่ปารีสแป๊บนึง เดี๊ยว! เรายังคงอยู่มาเก๊าแต่ที่นี่ก็มีหอไอเฟล ตั้งอยู่ด้านหน้า The Parisian Macao 

ตรงข้ามกับ The Parisian Macao มีสวนสาธารณะชื่อว่า le Jardin เห็นมั้ยคะว่าแค่ชื่อก็ประหนึ่งอยู่ฝรั่งเศสแล้ว เดินเข้าไปถ่ายรูปในสวนเก๋ๆ แบบนี้ได้ไม่เสียเงินค่ะเดี๋ยวเราจะกลับมาจุดนี้เพื่อดูไฟสวยๆ กันอีกรอบในตอนเย็น ช่วงนี้พาเด็กน้อยไปสนุกกับเครื่องเล่นกันก่อนค่ะ 

สวนสนุกแพลนเน็ต เจ โรลเพลย์ (Planet J Role Play Theme Park)

อยู่ใน Cotai central level 3 แค่ด้านหน้าก็สวยมาก ด้านในจะเน้นเกมแนว AR  และ VR เด็กๆ จะตื่นตาตื่นใจเสมือนเข้าไปในโลกแห่งการ์ตูน

บรรยากาศด้านในเสมือนหลุดไปในโลกแห่งจินตนาการ แค่คอสตูมก็ทำให้ตื่นเต้นแล้วหันไปก็มีแต่เจ้าหญิง เจ้าชาย หรือเหล่านักรบเต็มไปหมด นอกจากเด็กๆ จะร้องด้วยความตื่นเต้นแล้ว บอกเลยว่าพ่อแม่อย่างเราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันค่ะ

โซนนี้ต้องบอกเลยค่ะว่าพ่อแม่ต้องใจแข็งนะคะ เพราะว่าของที่ระลึกตุ๊กตาน่ารักๆ เต็มไปหมดเลย เมลลี่นี่บอกจะเอาหลายตัว ต้องรีบบอกว่าเดี๋ยวจะไปเล่นที่อื่นกว่าจะยอมเกลี้ยกล่อมนานมาก 55

OPENING HOURS:
– Monday to Friday: 10:00am – 7:00pm (Last admission: 6:00pm)
– Saturday, Sunday & Public Holidays: 10:00am – 8:00pm (Last admission: 7:00pm)

TICKET PRICE:
– One-day Pass: MOP220/Person – Magic Scroll Game Device included (60 minutes)

Qube Kingdom @ Parisian

เมื่อเมลลี่สนใจแต่ตุ๊กตาที่ Plantnet  J  มากกว่าที่จะเข้าไปเล่นของเล่นด้านใน และระหว่างที่รอไปดูไฟที่หอไอเฟลช่วงเย็น พวกเราเลยกลับไปเล่นที่สวนสนุกที่ Parisian ซึ่งที่นั่นก็เหมาะกับเด็กๆ ให้ทำกิจกรรมสนุกๆ มากมายทั้งสวนน้ำ และสวนสนุก สุดท้ายเมลลี่ก็เล่นของเล่นที่ Qube Kingdom @ Parisian ยันเย็น

จริงๆ ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่พักที่ Parisian โรงแรมสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่มีทุกอย่างครบครัน การจะไปที่ Qube Kingdom ค่อนข้างจะลึกลับแอบหายากนิดหน่อย ด้วยความที่เป็นโรงแรมที่ใหญ่มากกกกก นั่นเองค่ะ

ราคาบัตรจ่ายครั้งเดียวก็เล่นได้ทั้ง indoor และ outdoor

โรงแรมสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่มีทุกอย่างครบครัน สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าพักที่นี่ แต่อยากจะพาเด็กๆ เข้ามาเล่นเครื่องเล่นที่ Qube Kingdom ก็สามารถแวะเข้ามาได้ง่ายๆ ซึ่งบัตรเข้าเครื่องเล่นที่นี่สามารถเล่นได้ทั้ง indoor และ outdoor
Opening Hours: 
Daily 9:30am – 9:30pm
Price (include both indoor & outdoor area):
MOP130 for 2 hours entry 

เล่นซะคุ้มเงินจนมืดค่ำได้เวลาออกมาชมความงามราตรีที่มาเก๊า จริงๆ แล้วเพื่อนๆ สามารถดูการแสดงไฟสวยๆ ได้ฟรีจากด้านล่าง แต่ปรึกษาคุณพ่อแล้วได้ความว่ามาถึงที่แล้วขอขึ้นไปชมความงามจากมุมสูงดีกว่าที่ชั้น 37

ค่าเข้าชม :
ผู้ใหญ่ MOP $ 100
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ราคา MOP$ 80
ครอบครัว ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 2 ราคา MOP$ 228

ซื้อตั๋วแล้วก็ขั้นบันไดเลื่อนไปถึงจุดนี้

มุมมองจากชั้น 37 เราจะเห็นโรงแรม Parisian สุดหรู อยู่เบื้องหน้า

ชมวิวมาเก๊าได้ 360 องศาเลยค่ะ

Light Show : ทุกค่ำคืนจะมีการแสดงไฟแสงสี ที่หอไอเฟล แห่งนี้ (ชมฟรี)
เริ่มตั้งแต่เวลา 6:15pm to 12:00am การแสดงเริ่มทุกๆ  15 นาที 

หมดวันแรกอย่างสนุกสนานตอนแรกก็แอบกังวลว่าทั้งเดินเยอะ นั่งรถเมลล์ ลูกจะรู้สึกยังไงบ้าง แต่เมลลี่กลับชอบมากค่ะเล่นทุกอย่างปล่อยพลังเต็มที่มาก กลับถึงห้องพักก็หลับสนิทเลยค่ะสงสัยจะหมดพลัง


DAY 2 : ตะลุยมาเก๊าก่อนบ๊ายบายไปฮ่องกง

คุณลูกตื่นเช้ามากเหมือนเดิมส่วนคุณพ่อคุณแม่นี่พลังหมด 55 ทริปนี้เราไม่อยากเร่งรีบอะไรมาก อยากจะชิลล์ๆ เที่ยวสบายๆ เลยขอตื่นสายๆ หน่อย แล้วแวะออกมาเดินเล่นถ่ายรูปแถวโรงแรมก่อนจะเช็คเอาต์

แล้วก็พาเมลลี่เดินไปยังไฮไลต์ที่ใครไปมาเก๊าครั้งแรกต้องไปที่นี่เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึงนั่นก็คือซากโบสถ์คริสต์ ระยะทางจากโรงแรมประมาณ 750 เมตรไม่ไกลเท่าไรค่ะ สามารถเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ อากาศสบายๆ เพลินดีค่ะ   เด็กๆ ก็สามารถเดินได้เพราะมีอะไรให้มองสองข้างทางไปเรื่อยๆ พ่อแม่แทบไม่ต้องอุ้มเลยค่ะหรือหากใครพักย่านอื่นก็นั่งรถเมล์มาลง จัตุรัสเซนาโด้ ( Senado Square) แล้วเดินไปได้ค่ะ

ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล Ruins of St. Paul’s เป็นจุดที่ไปมาเก๊าแล้วถ้าไม่ได้ไปที่นี่เรียกว่าไปไม่ถึง

สนุกแค่ไหนดูหน้าเด็กค่ะ ให้คุณพ่อพาบินหลายรอบมาก


โบสถ์เซนต์ปอลถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1580 จากนั้นอีก 15 ปีถัดมาก็ถูกไฟไหม้ และอีก 6 ปีถัดจากนั้นก็ถูกไฟไหม้อีกรอบ จากนั้นก็ได้มีการซ่อมบำรุงอยู่หลายปีจึงกลับมามีสภาพเกือบสมบูรณ์ และในปี 1835 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นขึ้นที่มาเก๊า จึงทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกไฟไหม้อีกเป็นครั้งที่ 3 จึงหลงเหลือเพียงกำแพงทางเข้าโบสถ์ด้านหน้าเท่านั้น และในปี 1991 ก็ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง จนเห็นกำแพงโบสถ์ที่สวยงามในปัจจุบัน

ก่อนขึ้นบันไดไปที่โบถส์จะมี Snoopy Pop Up  Store สาวกสนูปปี้ต้องแวะ

ที่ เซนาโด้สแควร์ จะมีความคล้ายสยามสแควร์บ้านเราคือเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ของกิน และสถานที่ท่องเที่ยวในย่านเดียวกัน จะมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากตรงนี้เรียกว่าเหมาะกับทุกวัยเลย เช่น แหล่งช้อปปิ้งสำหรับคุณแม่ ร้านอร่อยที่คุณพ่อชอบ และลานที่เด็กๆ วิ่งเล่นถ่ายรูปกับน้ำพุสนุกสนานได้

นอกจากโบสถ์สวยๆ แล้วยังมี พิพิธภัณฑ์มาเก๊า – Macao Museum และ ป้อมปราการมองเต Macao Monte Fort สองที่นี้จะอยู่ที่ตึกเดียวกัน ให้เดินตามทางเดิมที่จะประตูโบสถ์เซนต์พอล ทางเข้าพิพิธภัณฑ์และป้อมปราการจะอยู่ทางขวามือ แต่ไม่เหมาะแก่การไปตอนกลางวันแดดเปรี้ยงๆ ถ้าไปตอนเย็นเด็กจะดีกว่าลูกจะไม่ร้อนด้วย โดยเฉพาะที่พิพิธภัณฑ์มาเก๊ามีอะไรให้เด็กๆ เรียนรู้เยอะเลยล่ะ

เรามีเวลาน้อยต้องรีบข้ามเรือไปฮ่องกงก็เลยขอเลือกทัวร์รถบัสเปิดประทุนชมเมืองเพื่อที่คุณพ่อคุณลูกจะได้เห็นเมืองมาเก๊าได้ทั่วๆ โดยมีคุณแม่เป็นไกด์เองค่ะ ไปค่ะ! พาไปเปิดประสบการณ์ลมแรงๆ และร้อน ฮ่าาา แนะนำว่าให้ขึ้นบ่ายๆ หรือรอบเช้าจะดีมากค่ะเราจองตั๋ว ทัวร์มาเก๊าบนรถบัสเปิดประทุน จากเมืองไทยสามารถไปขึ้นรถที่ป้ายทั้ง 16  ป้ายตามจุดท่องเที่ยว ซึ่งข้อดีคือเราจะได้ฟังคำบรรยายบนรถ และสามารถลงได้ทุกป้ายเที่ยวจนพอใจก็กลับมารอขึ้นรถคันต่อไปได้ค่ะ

เด็กน้อยสนุกมากตื่นตาตื่นใจ ว้าวๆ ตลอดทางในมือถือแผนที่ไว้ตลอดเลยค่ะ ภาพนี้ที่ไม่ยิ้มเพราะนางบอกว่า “แม่อย่าถ่ายกำลังชมเมือง” โอ๊ยยย ลู้กกก

ถือว่าดีมากเลยเพราะว่าเราจะได้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแทบจะทั้งหมดในมาเก๊า เช่น มาเก๊าทาวเวอร์  รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกลางทะเล มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Macao Fisherman’s Wharf) และอีกหลายสถานที่เลยค่ะ ราคาคนละประมาณ 500 บาท

หมดเวลาที่มาเก๊าแต่เพียงเท่านี้เราต้องไปขึ้นเรือเพื่อข้ามไปยังฮ่องกงแล้ว สิ่งที่ห้ามลืมคือพาสปอร์ตการนั่งเรือเฟอร์รี่ ไปฮ่องกงนั้นจะมีท่าขึ้นเรือหลักอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือ ท่าเรือ China-Hong Kong Terminal(ย่าน Tsim Sha Tsui) ที่อยู่ฝั่งเกาลูน และท่าเรือ Hong Kong Macao Terminal(ย่าน Sheung Wan) ที่อยู่ฝั่งเกาะฮ่องกง และมาเก๊าเองก็มี 2 ท่าเรือหลักเช่นกัน คือ ท่าเรือที่เกาะมาเก๊า Macao Outer Harbour Ferry Terminal(ตัวเมืองมาเก๊า) และ ท่าเรือเกาะไทปา Macao Taipa Ferry Terminal (โซนคาสิโน มีเวเนเชี่ยน และหมู่บ้านไทปา) สะดวกท่าเรือไหนก็ไปย่านนั้นเลยค่ะ

บริษัทที่ให้การเรือเฟอร์รี่ข้ามไปมาระหว่างฮ่องกงและมาเก๊ามีอยู่ 2 บริษัทด้วยคือ Cotai Water Jet สีน้ำเงิน และ Terbo Jet สีแดง ซึ่งทริปนี้เรานั่งไปกับเรือแดงค่ะ ตั๋วมี 2 ราคา คือ Economy Class   และ Super Calss  ราคาต่างกันเกือบสองเท่านั่ง Economy ก็สบายนะคะ ตามรูปนี้เลย 

ด้วยความที่ตอนนั้นฝนตกหนัก สัมภาระก็ทุลักทุเล หากกระเป๋าใบใหญ่จะต้องโหลดกระเป๋าสัมภาระเพิ่ม ซึ่งก็ต้องจ่ายค่าน้ำหนักเหมือนโหลดขึ้นเครื่องบิน ในตั๋วที่ซื้อจะระบุ pier ของเราเหมือนเดินไปที่เกตประมาณนั้นเลยค่ะ นี่เป็นการข้ามเรือครั้งแรกของครอบครัวเราไม่ได้อ่านรีวิวอะไรไปล่วงหน้าก็ไม่งง และไม่หลงด้วยนะ คือไม่ได้ยากเลยค่ะ ตรวจสอบตารางเวลาที่นี่เลย https://www.turbojet.com.hk/en/ ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ประหนึ่งนั่งเฟอรี่ไปเกาะสมุยนั่นแหละค่ะ ใครจองที่พักย่าน จิมซาจุ่ย (​Tsim  Sha Tsui) ก็จะสบายหน่อยออกจากท่าเรือก็เดินไปได้เลยค่ะไม่ต้องนั่งรถเมล์
ที่พักของเราทั้งสองคืนที่ฮ่องกงชื่อ อินน์ไซท์ (InnSight) ห้องไม่ได้กว้างแต่ทาสีสันให้ดูสดใส เลยทำให้ห้องดูน่าพักยิ่งขึ้น มีระเบียงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดแต่แอบหายากดูสิคะใครจะหาเจอ นี่ก็เดินวนไปวนมา 55 ตั้งนาน เห็นเลข 9-11 แปลว่าใช่แล้ว เข้าไปก็จะซับซ้อนๆ หน่อย
ตอนเดินเข้าไปรู้สึกอึดอัดมาก แต่พอเข้าไปในห้องรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เห็นเตียงอย่าเพิ่งตกใจว่านอนกันยังไง เราสามารถลากเตียงเสริมออกมาจากใต้เตียงได้อีกชั้นค่ะ  เห็นห้องขนาดนี้แต่ราคาแพงกว่ามาเก๊าคืนแรกอีกนะคะ อย่างที่บอกว่าที่พักในฮ่องกงราคาสูงนิดนึง แต่ข้อดีคือเดินทางสะดวกค่ะจริงๆ เอาแค่ไว้นอนก็โอเคเพราะเตียงก็นอนสบายดีแถมที่นี่มีน้ำฟรีให้ด้วยกดได้ตลอดเวลาค่ะ

ยังพอมีเวลาทันเราเลยเลือกที่จะไปดูตามหาร้านดาวมิชลินก่อนที่จะไปดู A Symphony of Lights รอบ 2 ทุ่ม ซึ่งร้านที่หาข้อมูลมาว่าอยากไปลองคือร้าน Sun Tung Lok อยู่ย่านจิมซาจุ่ยเลยค่ะเดินจากที่พักไปได้

เดินไปอย่างผู้หิวโหยตามหาร้านสนุกสนาน แต่พอไปถึงก็ลืมนึกไปว่า ร้านดังเราจะเดินเข้าไปร้านง่ายๆ ได้เหรอ ตึง! ใช่ค่ะคุณ อิชั้นไม่ได้จองมา T_T เสียใจ เศร้า น้ำตาจะไหล หิวมากๆ ด้วยตอนนั้นเอาป้ายร้านมาดูแบบช้ำใจเล่นอีกรอบ สรุปก็เดินไปบนห้างสั่งพิซซ่า สปาเกตตี้ ไก่ทอด ของโปรดเมลลี่มากระแทกปากให้สาแก่ใจ ไม่กินก็ได้อาหารจีน #กรีดร้อง

จบค่ำคืนที่ 2 ของทริปนี้ที่ A Symphony of Lights บรรยากาศลมพัดเย็นสบาย ผู้คนคึกคัก

ในอีกไม่กี่เดือนหากสะพานที่ยืนไปกลางทะเลเสร็จเราคงจะได้ไปยืนดูความสวยงามกันตรงนั้นแบบเต็มๆตา รอบนี้เลยได้รูปไม่ค่อยถูกใจแม่นักแต่ก็ยังชอบอยู่ดีค่ะ

DAY 3 : นั่งกระเช้านองปิง + ตะลุยดิสนีย์แลนด์

เช้าวันที่สาม…
เช้านี้คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นเมลลี่ เพราะพ่อกับแม่พูดตั้งแต่ก่อนมาว่าทริปนี้ว่าเราจะไปดิสนีย์แลนด์กัน เมลลี่ก็ถามทุกวันว่าทำไมไม่ถึงดิสนีย์แลนด์สักที 55 ไปค่ะลูก! วันนี้เราได้ไปของจริงล่ะ แต่ก่อนไปนั้นแม่ขอแวะไปไหว้พระแป๊บนึงก่อนนะคะ ที่นองปิง Ngong Ping 360

อาหารมื้อเช้าใช้บริการร้านนี้อยู่ใกล้กับที่พักเลยค่ะราคาน่าคบหาอิ่มได้ในราคา 30 บาทไทย คนอย่างแน่น มีน้ำอ้อยด้วยนะหวานชื่นใจลุงแกคั้นสดๆ หน้าร้านเลยค่ะ

ไปค่ะอิ่มแล้วพร้อมมาก!เหมือนเดิมเราใช้บริการ MTR จะเห็นว่าสายต่างๆ ไม่ได้วุ่นวายมากนักเดินทางสะดวกสบายไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เราจะไปกระเช้านองปิงซึ่งจะอยู่ไม่ไกลจากดิสนีย์แลนด์จัดเป็นทริปวันเดียวกันได้แต่ควรทำเวลานิดนึง
จากจิมซาจุ่ยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึง กระเช้านองปิง เหมือนเดิมค่ะเราจองตั๋วมาจากเมืองไทยแล้วดังนั้นจะไวขึ้นเยอะมาก แนะนำเลยว่าควรจองมาเพราะแถวยาว

ราคากระเช้าจะมี 3 แบบคือ 
– Standard Cabin
กระเช้าแบบธรรมดา ที่พื้นของกระเช้าจะไม่ใช่กระจกใส ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กลัวความสูงราคาก็จะถูกกว่ากระเช้าแบบอื่นๆ
-Crystal Cabin
พื้นของกระเช้าจะเป็นแบบกระจกแก้ว คืนสามารถมองเห็นวิวที่พื้นด้านล่างได้ด้วย เป็นมุมแบบ “Bird’s eye view” ให้ภาพมุมมองที่แปลกใหม่ เพราะจะได้เห็นพื้นน้ำด้านล่าง ใครไม่กลัวความสูงแนะนำลองแต่ราคาก็แอบสูงกว่าแบบแรกนิดนึงค่ะ
-Private Cabin
หากใครต้องการนั่งกระเช้าชมวิวแบบส่วนตัว ก็สามารถเลือกขึ้นกระเช้าแบบไพรเวทได้ ซึ่งไม่ต้องรอคิว  ราคา HK$3,800 และ Crystal Cabin ราคา HK$4,500 คูณไปก็หนักอยู่นะคะ แต่ถ้าแลกกับความไพรเวท จะถ่ายรูปมุมไหนก็ไม่ต้องเกรงใจคนข้างๆ ก็จัดไปค่ะ

จุดมุ่งหมายสำคัญของการนั่งกระเช้านองปิงคือการมาไหว้ องค์พระใหญ่ The Big Buddha ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา Muk Yue ตอนแรกก็แอบกังวลว่าลูกจะกลัวมั้ย ปรากฏว่าไม่เลยค่ะ แทบนั่งเก้าอี้เลยนั่งมองพื้นตลอด ตื่นตาตื่นใจร้องว้าวๆ นั่นทะเล นั่นต้นไม้ตลอดทางค่ะ พ่อแม่สบายใจเลยทีนี้

ปกติจะนั่งกระเช้าเกือบทุกที่ที่ไปแล้วมีบริการ กระเช้านองปิงจัดว่านั่งไกล วิวสวย คุ้มค่ะ ซึ่งระยะทางทั้งหมดประมาณ 5.7 กิโลเมตร เริ่มจากสถานี Tung Chung จากนั้นจะพาเราข้ามอ่าว และนั่งไปยังสถานีด้านบนใช้เวลาต่อรอบประมาณ 25 นาที ระหว่างนั้นสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของฮ่องกงจากกระเช้าได้ 

ด้านบนก็จะเป็นหมู่บ้านที่มีหลายอย่างให้ได้ชมกัน เช่น หนัง 3 มิติ Stage 360 และ Motion 360 , ประวัติของพระพุทธเจ้า Walking with Buddha ต้องบอกว่าเราพลาดที่คิดว่าที่นี่ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าหากจะเที่ยวให้ครบควรมีเวลาอย่างน้อยสักครึ่งวันค่ะ

จุดมุ่งหมายสำคัญของการนั่งกระเช้านองปิงคือการมาไหว้ องค์พระใหญ่ The Big Buddha ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา Muk Yue มีความสูงถึง 34 เมตร ที่ฐานด้านล่างขององค์พระใหญ่นั้นจะเป็นเจดีย์ 3 ชั้น ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ด้านนอกโดยรอบนั้นจะเป็นบันไดมีจากพื้นด้านล่างไปจนถึงฐานพระด้านบนความสูงประมาณ 268 ชั้น เมื่อพ้นบันไดขึ้นไปก็จะได้พบกับองค์พระใหญ่และวิวที่สวยงามของเกาะลันตาและทะเลจีนใต้ 

ใช้เวลาที่พอประมาณก็ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อแล้ว ขึ้น MTR ต่อไปไม่กี่สถานที่เพื่อไปยังสถานีดิสนีย์แลนด​์ ขนาดตัวรถยังน่ารักเลยค่ะเป็นขบวนที่ต้อนรับน้องๆ หนูๆ จริงๆ เลย เมลลี่วิ่งหายเข้าไปในขบวนก่อนเลยคุณแม่วิ่งตามแทบไม่ทันค่ะ ^^

เย่! ถึงแล้ว ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ หน้าตาก็จะดีใจเบอร์ใหญ่มากไปค่ะจะพาเข้าสู่อาณาจักรแห่งเวทย์มนตร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายในฝัน และสำรวจดินแดนทั้ง 7 แห่ง ที่เต็มไปด้วยมนตร์มายา ความสวยงาม ความตื่นเต้น การสำรวจ และตัวละครของดิสนีย์

บริเวณนี้ถือถนนหลักของดิสนีย์เป็นจุดนัดพบเวลาหากันไม่เจอ เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ที่แทบไม่อยากจะเดินเฉียดเลยค่ะเพราะรู้ว่ากระเป๋าคุณแม่แฟบแน่ๆ 555

เห็นลูกยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ บอกเลยค่ะว่าคุณแม่ก็มีความสุขยิ่งกว่าไม่ว่าจะมุมไหนลูกก็แฮปปี้รู้สึกได้ทันทีว่านี่คือดินแดนที่ต้องไปพาลูกไปสักครั้งในชีวิตจริงๆค่ะ 

พาไปดูสวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์มีอะไรบ้าง
กริซลีย์ กัลช์ (แนวหวาดเสียวสุดๆ ) โซนนี้เมลลี่ไม่เล่นเลยค่ะ
– บิ๊ก กริซลีย์ เมาท์เทน รันอะเวย์ ไมน์ คาร์ส
-ไกเซอร์ กัลช

ทอย สตอรี่ แลนด์ 
-ทอย โซลเจอร์ พาราชู้ต ดรอป
– บาร์เรล ออฟ ฟัน
– สลิงกี้ ด็อก สปิน
– อาร์ซี เรสเซอร์

ทูมอร์โรว์แลนด์
– Iron Man Experience – นำเสนอโดย AIA
– Iron Man Tech Showcase – นำเสนอโดย สตาร์ค อินดัสตรี้
– กองบัญชาการสตาร์ วอร์ส
– ไฮเปอร์สเปซ เมาน์เทน

มิสทิค พอยท์
– การ์เด้น ออฟ วันเดอร์ส
– มิสทิค พอยท์ เฟรจ์ท ดีโป
– มิสทิค แมนเนอร์

เมน สตรีท ยูเอสเอ 
– Royal Princess Garden
– ยานพาหนะ เมนสตรีท
–  อาร์ท ออฟ แอนนิเมชั่น
–  ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เรลโร้ด สถานีเมนสตรีท
– แอนนิเมชั่น อะคาเดมี่

แฟนตาซีแลนด์
– การผจญภัยของวินนี่ เดอะ พูห์
– กิจกรรมงานฝีมือ “งานเฉลิมฉลองของ โคโค่”
– ช้างบินดัมโบ้ตัวน้อย
– ดาบในศิลา
– ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา (อยู่ระหว่างการแปลงโฉม)
– ป่าเทพนิยาย
– ม้าหมุน ซินเดอเรลล่า
– สวนสวยฉลองฮาโลวีน
– อิท อะ สมอล เวิลด์
– ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เรลโร้ด – สถานีแฟนตาซีแลนด์
– แฟนตาซีการ์เด้นส์
– แมด แฮตเทอร์ ที คัพส์

แอดเวนเจอร์แลนด์
– จังเกิลริเวอร์ ครูซ
– บ้านต้นไม้ของทาร์ซาน
– ลิกี้ ทิคกี้ส์
– ล่องแพไปสู่บ้านต้นไม้ของทาร์ซาน
– เดินทางในเมืองฮาโลวีน
– เปิดตลาดคาริบูริ

จะเห็นว่าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์มีโซนต่างๆ เยอะมาก เครื่องเล่นก็เยอะมากเช่นกัน ถ้าเล่นหมดนี่ต้องไปแต่เช้ายันปิดเลยนะ เพราะยังต้องเสียเวลาในการเข้าคิวอีกด้วยค่ะ ไปดูกันค่ะว่าเมลลี่เล่นอะไรบ้างโซนแรกที่เดินมุ่งหน้าไปเลยคือทูมอร์โรวแลนด์ค่ะ เครื่องเล่นแรกที่เล่นคือ ออร์บิทรอน ก็จะเป็นแนวหมุนๆ ให้อารมณ์ขับเคลื่อนยานประมาณนั้น

เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีเมนสตรีทเราจะมองเห็นปราสาทในมุมที่สวยมาก

จริงๆ แค่นั่งรถไฟเด็กน้อยก็เพลินแล้วค่ะ เพราะเราจะเห็นแทบทุกโซนในดิสนีแลนด์ อยากลงสถานีไหนก็ได้

ช้างบินดัมโบตัวน้อย โดดขึ้นไปบนตัวดัมโบ้และขึ้นสู่ฟากฟ้าในการเดินทาง
แสนสนุกสนานในเสียงดนตรีสดใสของละครสัตว์ มาจากภาพยนตร์คลาสสิคของดิสนีย์ในปี 1941 เรื่อง ดัมโบ้ ช้างบินดัมโบ้ตัวน้อยเชิญท่านให้เข้ามาร่วมกับช้างแสดงละครสัตว์ท่ีทุกคนชื่นชอบเมื่อเขาทราบถึงความสามารถเฉพาะของตัวเองที่จะบินไป

โซนที่คุณแม่ชอบมากกกก คือแฟนตาซีค่ะ โดยเฉพาะ วินนี่ เดอะ พูส์ กรี๊ดมากก สวยมากก

ป่าเทพนิยาย เด็กๆ จะสนุกกับการหมุนๆ แล้วจะมีแสง สี เสียง ออกมา

ฝั่งแอดเวนเจอร์ก็มีสนุกสนานนั่งเรือตอนเย็นๆ พร้อมกับสิ่งที่จะตื่นตาตื่นใจตลอดทาง
ที่พลาดไม่ได้คือขบวนพาเหรดสุดอลังการและสวยงามมาก

จริงๆ เราเล่นกันอีกเยอะเลยค่ะ จริงๆ อยากจะเล่นซ้ำหลายอย่างเลยค่ะโดยเฉพาะอะไรแนวหมุนๆ ลูกชอบ แต่แม่เวียนหัวแม่ไม่สู้ 55 เอาเป็นว่านำภาพมาเรียกน้ำย่อยกันก่อน  แล้วติดตามต่อในคลิปนะคะ
ย้ำว่า! ควรมีเวลาให้กับที่นี่ทั้งวันหากคุณชื่นชอบการเข้าสวนสนุก มุมไหนก็เพลินไม่รู้เบื่อ สำหรับครอบครัวเราเมลลี่เต็มที่สุดๆ ได้แค่ครึ่งวันแล้วก็เหนื่อยหลับไปซะอย่างนั้น ฮ่า  ซึ่งมื้อเย็นเราตั้งใจจะไปทาน Cartoon Dim sum แต่อดเพราะมีแค่มื้อเที่ยงเท่านั้น ตึง!

DAY 4 : วันสุดท้ายของการเดินทาง

วันนี้เรามีเวลาทั้งวันก่อนจะขึ้นเครื่องไฟลท์ 19.40 น. ตื่นกันแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าสถานี central สถานีที่บอกเลยว่าต้องไป!  สำหรับสายถ่ายรูปแนวสตรีทจะชอบมาก 

ขอตามใจลูกอีกหนึ่งสถานที่นั่นก็คือ Ocean Park นั่งรถไฟไปลงสถานี HK Ocean Park ได้เลยค่ะ ที่นี่ต้องมีเวลาหนึ่งวันถึงจะเที่ยวหมดเพราะอลังการไม่แพ้ดิสนีย์แลนด์เลยเชียว ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวด้านในจะประกอบไปด้วย โซน Adventure in Australia , Amazing Bird Theatre,  Arctic Blast, Arctic Fox Den , Balloon Up-Up and Away และอื่นๆ อีกหลายโซนเลยค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://www.oceanpark.com.hk/  ย้ำว่าต้องมีเวลาไปเล่นทั้งวันเลยนะ ในส่วนของที่นี่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน
– โซนสวนสนุก
– โซนโลกใต้น้ำ
– โซนสัตว์น่ารัก
– โซนทั่วไป

แต่น่าเสียดายมากเลยค่ะที่ไม่ได้เข้าไปเล่น T_T เพราะว่าฝนตกหนักมากถามว่าเมลลี่เสียใจมั้ย ถึงทุกวันนี้ยังบ่นเลยค่ะ แต่ไม่เป็นไรฮ่องกงแค่นี้เองเดี๋ยวซื้อตั๋วไปใหม่ ได้แต่ปลอบใจลูกไปค่ะ

หลังจากนั้นกลับไปที่ย่าน Central อีกครั้ง

เราไปตามหาร้านมิชลินกันต่อ ซึ่งร้านนี้อยากทานมาก LUK YU TEA HOUSE เป็นร้านต่ิมซำในตำนาน แต่ต้องเจ็บปวดเหมือนคนอกหักซ้ำซากเพราะว่าไม่ได้จองมาอดค่า !!! ฮือ เดินออกมาคอตก สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านข้างๆ คนคึกคักเจ้าของร้านโบกมือเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่ง เอาล่ะ ลองก็ได้
ปรากฎว่าดีงามมาก อร่อยมากก ขอรีวิวจุดนี้เลยว่าไปตามรอยกันได้เป็ดหนังกรอบมากค่ะ ราคาก็น่าคบหาจานละ 40-50 บาทเอง
อิ่มแล้วจุดมุ่งหมายต่อไปคือจะไปชมวิวฮ่องกงในมุมที่คุณแม่ของสนองนี้ดตัวเองนิดนึง

ที่นี่คือ Peak Tram  เป็นการนั่งรถรางไต่เขาเพื่อไปชมวิวด้านบน ราคาตั๋วไม่แรงด้วยนะ 
ราคาตั๋ว : 
ไป- กลับ ราคารวม Sky Terrace 428
ผู้ใหญ่ HKS$ 99 เด็ก HKS$ 47
เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ HKS$ 84 เด็ก HKS$ 38

ไป- กลับ ผู้ใหญ่ HKS$ 52 เด็ก HKS$ 23
เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ HKS$ 37 เด็ก HKS$ 14
บริเวณ Sky Terrace 428  เราจะเห็นฮ่องกงในมุมนี้ ซึ่งช่วงพระอาทิตย์ตกหรือทไวไลน์จะสวยมาก
มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ๆ 

อยู่ยาวๆ ได้ไม่จำกัดเวลาอยากกลับตอนไหนก็ตามสะดวกค่ะ โดยรวมคือชอบที่นี่นะคะสนุกได้ทั้งครอบครัว

หมดเวลาแห่งความสนุกแล้วสิ 4 วัน 2 ประเทศ ที่เที่ยวกันหนักมาก ได้เวลากลับกรุงเทพฯ แล้วแนะนำให้เผื่อเวลาไปสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะต้องนั่งรถไฟไปที่เกตอีกหลายต่อเลย เป็นสถานบินที่มีเกตเยอะมาก  เครื่องดื่มใหม่บนสายการบินแอร์เอเชียที่บอกเลยค่ะว่าชอบมากก สีสวย แถมอร่อยด้วยนะ ชื่นใจ

สนุกสนานกับการไปเที่ยวทริปเดียวสองเมือง สำหรับครอบครัวเราแล้วเป็นทริปที่ทำให้ลูกประทับใจพูดถึงจนทุกวันนี้เลยค่ะว่าได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่มีลูกเล็กๆ นะคะ การพาลูกไปเที่ยวตอนเด็กนั้นลูกจะจดจำได้ดีทีเดียวค่ะว่าเคยมีความทรงจำดีๆ แบบไหน ได้ไปที่ไหนมาบ้าง เสริมพัฒนาการสร้างทักษะในชีวิตด้วย หากมีแพลนจะพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ลองมาเก๊า ฮ่องกง เป็นตัวเลือกนะคะเพราะใช้เวลาบินไม่นาน แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า อาหารการกิน หรือจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเด็กที่สองเมืองนี้มีครบเลยค่ะ

รักใครให้พาออกไปเดินทางด้วยกันนะคะ ^^

#ไปฮ่องกงไปแอร์เอเชีย #ไปมาเก๊าไปกับแอร์เอเชีย #เที่ยวง่ายสบายยกบ้าน

 

2,773 total views, 4 views today

teawbebgru

เราก็แค่ครอบครัวที่รักการเดินทาง ดีใจที่ได้พาลูกท่องโลกกว้างด้วยกัน ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องเล่าของเรานะคะ ^^ ติดต่องาน E-mail : teawbebgru@gmail.com

Leave a Comment

Main menu