ทริปเดียวพาลูกเที่ยว 2 เมือง เป็นการเดินทางประเทศที่ 6 ของเมลลี่หนูน้อยวัย 4 ขวบ ที่แค่บอกว่าจะพาไปดิสนีย์แลนด์หนูน้อยก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันเดินทางอย่างใจจดใจจ่อ ทริปนี้จะสนุกแค่ไหน ไปเที่ยวที่ไหนบ้างในเวลา 4 วัน 3 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ตามครอบครัวเราไปกันเลยค่ะ
มาเก๊า – ฮ่องกง ทริปเดียวพาลูกเที่ยว 2 เมืองแค่บอกว่าจะพาไปดิสนีย์แลนด์หนูน้อยก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันเดินทางอย่างใจจดใจจ่อ คุณพ่อคุณแม่เองก็แฮปปี้ที่จะพาลูกเที่ยว ทริปมาเก๊า-ฮ่องกงเราเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชียเลือกไฟลท์เช้าสุดและกลับไฟลท์ดึกสุดเพื่อจะได้เที่ยวอย่างเต็มที่ จริงๆ แล้วเราจะบินไปลงฮ่องกง หรือจะไปลงมาเก๊าก่อนแล้วค่อยข้ามไปฮ่องกงก็ได้ค่ะเพราะการเดินทางไป-กลับ สองเมืองนี้นั่งเรือข้ามไปแป๊บเดียวเอง เราบินไปกับแอร์เอเชียเดินทางสะดวกสบาย บินคุ้ม คุณภาพครบ บินตรงได้ทั้งจากดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ ตรวจสอบตารางเวลาเที่ยวบินและจองได้ที่ https://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1
การเดินทางในมาเก๊าและฮ่องกงสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่ว่าจะนั่งรถเมล์ รถไฟฟ้าคือคล่องตัว สะดวกสบายมาก
ตรวจสอบตารางเวลาเที่ยวบินและจองได้ที่ https://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1
สิ่งที่ต้องเตรียมและรู้เบื้องต้นก่อนไปมาเก๊า ฮ่องกง
1 .พกเพียงพาสปอร์ตก็ไปได้แล้ว
2.ค่าเงิน
มาเก๊าคือ Pataca (MOP)
ฮ่องกงคือ ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) เงินฮ่องกงใช้ที่มาเก๊าได้ ควรแลกจาก เมืองไทยไปเลยค่ะ
3.เวลาเดินเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
4.สนามบินฮ่องกงไม่อนุญาตให้พกนมสำหรับเด็กวัย 4 ปีขึ้นเครื่อง เมลลี่โดนยึดไปแล้ว ข้อแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกดื่มนมให้อิ่มก่อนก็จะดีค่ะ
5.การเดินทางโดยรถเมลล์สะดวกมากโดยเฉพาะที่มาเก๊า และรถไฟฟ้าที่ฮ่องกงก็ไม่ซับซ้อน
6.แม้ว่าส่วนใหญ่จะใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่ะ
7. ตั๋วต่างๆ หากซื้อจากไทยไปได้จะสะดวกกว่า ประหยัดเวลาในการต่อแถว เราใช้บริการของเจ้านี้ค่ะ https://www.klook.com/th/
DAY 1 : Let’s go to Macao
รู้จักมาเก๊า (Macao) ?
พื้นที่ต่างๆ ในมาเก๊าจะแบ่งเป็น ฝั่งมาเก๊า(Macao Peninsula), ไทปา(Taipa) , โคโลอาน(Coloane) และโคไท(Cotai)
เอาล่ะค่ะตั๋วพร้อม พกพาสปอร์ตอย่างเดียวก็ไปเที่ยวได้ครอบครัวของเราเลือกที่จะบินไปมาเก๊าก่อนแล้วค่อยนั่งเรือข้ามไปฮ่องกงค่ะการพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศนั้นโดยเฉพาะเด็กน้อย ต้องมีบ้างที่จะร้องงอแง แต่ว่าเมลลี่ไม่เคยเป็นเพราะสิ่งที่เราที่เราฝึกคือให้เดินทางบ่อยๆ ค่ะ สำหรับเด็กทารกเมื่อขึ้นเครื่องครั้งแรกเตรียมนมไว้เลยค่ะพอเครื่อง Take off ให้ดูดนมทันที และเมื่อบ่อยๆ เข้าเด็กจะชินค่ะ สำหรับเมลลี่พอขึ้นเครื่องปุ๊บคาดเข็มขัดปั๊บ และหยิบคู่มือมาอ่านทันทีเป็นแบบนี้ทุกทริปเนื่องจากสร้างความเคยชินให้กับเค้าค่ะ ^^

เราเดินทางไฟลท์แรกคือ 06.40 น. ดังนั้นก็เลยเลือกส่งอาหารล่วงหน้า (ได้ราคาประหยัด) ของคุณพ่อคุณแม่เป็นมะกะโรนี ของคุณลูกเป็นข้าวไก่ย่างค่ะ อร่อยมาก
หลับไปแป๊บเดียว เพียงสองชั่วโมงกว่าๆ 10.40 น. เราก็เดินทางถึงสนามบินมาเก๊า
ใช้เวลาเกือบๆ หนึ่งชั่วโมงที่สนามบินหันซ้ายแลขวาตอนนั้นไม่คิดอะไรขึ้นแท็กซี่ไปโรงแรมเอาสะดวกไว้ก่อนเพราะของเยอะ ซึ่งต้องบอกว่าการเดินทางที่มาเก๊าสะดวกสบายมาก โดยเฉพาะรถสาธารณะ
Ole London Hotel
ที่พักคืนแรกและคืนเดียวที่มาเก๊าอยู่ในตัวเมืองใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแบบเดินไปได้ ออกจากสนามบินเราก็ให้แท็กซี่พามาส่งที่โรงแรมก่อนเลยค่ะ แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเช็คอินแต่โรงแรมก็ให้ฝากกระเป๋าแถมยังอัพเกรดห้องเพิ่มเป็นเตียงใหญ่ให้ด้วยเนื่องจากมีเด็ก ราคาของที่นี่ประมาณคืนละ 2000++ แล้วแต่ช่วงเวลาด้วยค่ะ



ห้องก็ประมาณนี้จัดว่ากว้าง ซึ่งหลายคนมักจะมองว่าที่พักในมาเก๊าแพงแต่จริงๆ แล้วราคาถูกกว่าที่ฮ่องกงเยอะเลยค่ะเมื่อจ่ายในราคาเดียวกันที่มาเก๊าจะได้ห้องกว้างเลยล่ะ อย่างห้องนี้มีพื้นที่วางกระเป๋าและเดินได้สบายๆ ในห้องมีโต๊ะเครื่องเครื่องแป้ง ห้องน้ำก็ค่อยข้างกว้าง แอบไม่ได้ถ่ายมาเนื่องจากตอนนั้นดึกมากแล้ว เมลลี่ง่วง ^^
ถนนคนเดิน Tai pa Village Shopping Street
โรงแรมที่เราพักค่อนข้างใกล้กับป้ายรถเมล์มากเลยค่ะ เดินมานิดเดียวเราก็สามารถนั่งรถเมล์เพื่อมุ่งหน้าไปยังไทปาซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองแค่ 30 นาทีเอง ระหว่างนั่งรถเมล์ชิลล์ๆ เมลลี่และคุณพ่อก็นั่งดูสองข้างทางไปเรื่อยๆ นั่งเพลินๆ เห็นบรรยากาศบ้านเมืองของเค้า เมลลี่สนุกมากแถมไม่บ่นเหนื่อยซักคำ ขนาดเพิ่งลงมาจากเครื่องนะคะ สำหรับค่าโดยสารรถเมล์นั่งชิลล์ๆ เพียงคนละ MOP $ 6 ตลอดสายเองค่ะ

ย่านนี้เป็นย่านช้อปปิ้งของฝากเลยนะ เช่น หมูแผ่น ทองพับ คุกกี้อัลมอนต์ และร้านอาหารอร่อยๆ ระดับต้นๆ ของมาเก๊า
ด้านหน้ามีมุมอาร์ตๆ ให้ถ่ายรูปด้วย

จุดมุ่งหมายของเราคือร้านนี้ Soda panda ชั้นแรกรวมของฝากขนมต่างๆ ชั้นสองและสามจะเต็มไปด้วยของน่ารักของพี่หมี เมลลี่กรี๊ดกร๊าดดดมากปกติเด็กน้อยชอบหมีแพนด้าอยู่แล้ว แทบจะบอกให้ซื้อทุกอย่าง #แม่ปาดเหงื่อ 55
แนะนำให้ขึ้นไปชั้นสองจะตื่นตาตื่นใจ
ใครที่ชอบหมีแพนด้าบอกเลยว่าของน่ารักๆ เพียบ

บรรยากาศตอนกลางวันแดดจะแรงสักหน่อยถ้ามาช่วงปลายปีท่าจะฟินๆ แต่คนก็ไม่เยอะมากนะคะกำลังดีเลยล่ะ
มาถึงมาเก๊าถ้าไม่ได้กินทาร์ตไข่ร้าน Lord Stow’s Bakery ก็เรียกว่ามาไม่ถึงจัดไปก่อนเลย 1 กล่อง ประมาณ 200 บาทไทย ได้มา 6 ชิ้น พ่อแม่อร่อย เด็กน้อยก็ชอบจัดไปคนละชิ้นสองชิ้นหมดอย่างรวดเร็วเลยค่ะ (ติดตามความฟินได้ในคลิป)

โดยรวม Tai Pa Village Shopping Street เป็นย่านที่เหมาะมาช้อปปิ้งซื้อของฝาก หาร้านอร่อย แต่แนะนำให้ไปบ่ายๆ หรือเย็นๆ จะดีกว่าเพราะบางร้านจะเปิดช่วงนั้น และอย่าลืมเดินไปให้สุดถนนสายนี้ถ่ายรูปสนุก
เดินกันมาเรื่อยๆ เราก็มาเจออีกร้านหนึ่ง ที่ชื่อว่า o-moon ร้านสีฟ้า-ขาว ซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็กๆ ภายในตกแต่งได้น่ารักมากๆ ของในร้านจะออกแนวแฮนด์เมดมีทั้ง สมุดโน้ต กระเป๋าสะพายเอาไว้ใส่ของจุกจิก และเคสท์มือถือที่เป็นลายสถานที่ท่องเที่ยวของมาเก๊าอีกด้วย
สำหรับร้านนี้เมลลี่ตื่นตาตื่นใจมาก วิ่งไปพลางร้องเรียก “แม่ๆ นั่นมูนๆ โอววว อะบิ๊กมูน”

ประหนึ่งยกพระจันทร์มาไว้ที่ร้านเลยค่ะ
ของในร้านจะแนวแฮนด์เมดมีหลายสิ่งมาก เช่น เคสต์มือถือ สมุดโน้ต กระเป๋า 


เซอร์ไพรส์มากกำลังร้อนๆ อยากดื่มน้ำเย็นๆ หันไปเจอร้านคนไทยขายแนวน้ำอัญชันคนเยอะเลยค่ะ
นั่งรถเมล์ไปต่อกันที่ ย่านโคไท(Cotai) เป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นจากการถมดินขึ้นมาใหม่เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเกาะโคโลอานกับเกาะไทปา จนปัจจุบันเป็นเกาะเดียวกัน เป็นย่านที่มีคาสิโนขนาดใหญ่ชื่อดังรวมตัวกันอยู่มากมาย เช่น เวเนเชี่ยน และ City of Dream ย่านนี้จะเป็นย่านโรงแรมหรูของคาสิโน
จุดนี้ก็พากันเดินเรื่อยๆ เมลลี่ก็สตรองเดินได้ไม่เหนื่อยอากาศเย็นสบายดีค่ะ
วาปปปมาโผล่ที่ปารีสแป๊บนึง เดี๊ยว! เรายังคงอยู่มาเก๊าแต่ที่นี่ก็มีหอไอเฟล ตั้งอยู่ด้านหน้า The Parisian Macao

ตรงข้ามกับ The Parisian Macao มีสวนสาธารณะชื่อว่า le Jardin เห็นมั้ยคะว่าแค่ชื่อก็ประหนึ่งอยู่ฝรั่งเศสแล้ว เดินเข้าไปถ่ายรูปในสวนเก๋ๆ แบบนี้ได้ไม่เสียเงินค่ะ
เดี๋ยวเราจะกลับมาจุดนี้เพื่อดูไฟสวยๆ กันอีกรอบในตอนเย็น ช่วงนี้พาเด็กน้อยไปสนุกกับเครื่องเล่นกันก่อนค่ะ
สวนสนุกแพลนเน็ต เจ โรลเพลย์ (Planet J Role Play Theme Park)
อยู่ใน Cotai central level 3 แค่ด้านหน้าก็สวยมาก ด้านในจะเน้นเกมแนว AR และ VR เด็กๆ จะตื่นตาตื่นใจเสมือนเข้าไปในโลกแห่งการ์ตูน

บรรยากาศด้านในเสมือนหลุดไปในโลกแห่งจินตนาการ แค่คอสตูมก็ทำให้ตื่นเต้นแล้วหันไปก็มีแต่เจ้าหญิง เจ้าชาย หรือเหล่านักรบเต็มไปหมด นอกจากเด็กๆ จะร้องด้วยความตื่นเต้นแล้ว บอกเลยว่าพ่อแม่อย่างเราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันค่ะ

โซนนี้ต้องบอกเลยค่ะว่าพ่อแม่ต้องใจแข็งนะคะ เพราะว่าของที่ระลึกตุ๊กตาน่ารักๆ เต็มไปหมดเลย เมลลี่นี่บอกจะเอาหลายตัว ต้องรีบบอกว่าเดี๋ยวจะไปเล่นที่อื่นกว่าจะยอมเกลี้ยกล่อมนานมาก 55

OPENING HOURS:
– Monday to Friday: 10:00am – 7:00pm (Last admission: 6:00pm)
– Saturday, Sunday & Public Holidays: 10:00am – 8:00pm (Last admission: 7:00pm)
TICKET PRICE:
– One-day Pass: MOP220/Person – Magic Scroll Game Device included (60 minutes)
Qube Kingdom @ Parisian
เมื่อเมลลี่สนใจแต่ตุ๊กตาที่ Plantnet J มากกว่าที่จะเข้าไปเล่นของเล่นด้านใน และระหว่างที่รอไปดูไฟที่หอไอเฟลช่วงเย็น พวกเราเลยกลับไปเล่นที่สวนสนุกที่ Parisian ซึ่งที่นั่นก็เหมาะกับเด็กๆ ให้ทำกิจกรรมสนุกๆ มากมายทั้งสวนน้ำ และสวนสนุก สุดท้ายเมลลี่ก็เล่นของเล่นที่ Qube Kingdom @ Parisian ยันเย็น
จริงๆ ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่พักที่ Parisian โรงแรมสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่มีทุกอย่างครบครัน การจะไปที่ Qube Kingdom ค่อนข้างจะลึกลับแอบหายากนิดหน่อย ด้วยความที่เป็นโรงแรมที่ใหญ่มากกกกก นั่นเองค่ะ

ราคาบัตรจ่ายครั้งเดียวก็เล่นได้ทั้ง indoor และ outdoor

โรงแรมสุดหรูสไตล์ฝรั่งเศสที่มีทุกอย่างครบครัน สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าพักที่นี่ แต่อยากจะพาเด็กๆ เข้ามาเล่นเครื่องเล่นที่ Qube Kingdom ก็สามารถแวะเข้ามาได้ง่ายๆ ซึ่งบัตรเข้าเครื่องเล่นที่นี่สามารถเล่นได้ทั้ง indoor และ outdoor
Opening Hours:
Daily 9:30am – 9:30pm
Price (include both indoor & outdoor area):
MOP130 for 2 hours entry
ค่าเข้าชม :
ผู้ใหญ่ MOP $ 100
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ราคา MOP$ 80
ครอบครัว ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 2 ราคา MOP$ 228

ซื้อตั๋วแล้วก็ขั้นบันไดเลื่อนไปถึงจุดนี้

มุมมองจากชั้น 37 เราจะเห็นโรงแรม Parisian สุดหรู อยู่เบื้องหน้า
ชมวิวมาเก๊าได้ 360 องศาเลยค่ะ

Light Show : ทุกค่ำคืนจะมีการแสดงไฟแสงสี ที่หอไอเฟล แห่งนี้ (ชมฟรี)
เริ่มตั้งแต่เวลา 6:15pm to 12:00am การแสดงเริ่มทุกๆ 15 นาที 
หมดวันแรกอย่างสนุกสนานตอนแรกก็แอบกังวลว่าทั้งเดินเยอะ นั่งรถเมลล์ ลูกจะรู้สึกยังไงบ้าง แต่เมลลี่กลับชอบมากค่ะเล่นทุกอย่างปล่อยพลังเต็มที่มาก กลับถึงห้องพักก็หลับสนิทเลยค่ะสงสัยจะหมดพลัง
DAY 2 : ตะลุยมาเก๊าก่อนบ๊ายบายไปฮ่องกง
คุณลูกตื่นเช้ามากเหมือนเดิมส่วนคุณพ่อคุณแม่นี่พลังหมด 55 ทริปนี้เราไม่อยากเร่งรีบอะไรมาก อยากจะชิลล์ๆ เที่ยวสบายๆ เลยขอตื่นสายๆ หน่อย แล้วแวะออกมาเดินเล่นถ่ายรูปแถวโรงแรมก่อนจะเช็คเอาต์
แล้วก็พาเมลลี่เดินไปยังไฮไลต์ที่ใครไปมาเก๊าครั้งแรกต้องไปที่นี่เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่ถึงนั่นก็คือซากโบสถ์คริสต์ ระยะทางจากโรงแรมประมาณ 750 เมตรไม่ไกลเท่าไรค่ะ สามารถเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ อากาศสบายๆ เพลินดีค่ะ เด็กๆ ก็สามารถเดินได้เพราะมีอะไรให้มองสองข้างทางไปเรื่อยๆ พ่อแม่แทบไม่ต้องอุ้มเลยค่ะหรือหากใครพักย่านอื่นก็นั่งรถเมล์มาลง จัตุรัสเซนาโด้ ( Senado Square) แล้วเดินไปได้ค่ะ
ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล Ruins of St. Paul’s เป็นจุดที่ไปมาเก๊าแล้วถ้าไม่ได้ไปที่นี่เรียกว่าไปไม่ถึง

สนุกแค่ไหนดูหน้าเด็กค่ะ ให้คุณพ่อพาบินหลายรอบมาก

โบสถ์เซนต์ปอลถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1580 จากนั้นอีก 15 ปีถัดมาก็ถูกไฟไหม้ และอีก 6 ปีถัดจากนั้นก็ถูกไฟไหม้อีกรอบ จากนั้นก็ได้มีการซ่อมบำรุงอยู่หลายปีจึงกลับมามีสภาพเกือบสมบูรณ์ และในปี 1835 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นขึ้นที่มาเก๊า จึงทำให้โบสถ์แห่งนี้ถูกไฟไหม้อีกเป็นครั้งที่ 3 จึงหลงเหลือเพียงกำแพงทางเข้าโบสถ์ด้านหน้าเท่านั้น และในปี 1991 ก็ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง จนเห็นกำแพงโบสถ์ที่สวยงามในปัจจุบัน 
ก่อนขึ้นบันไดไปที่โบถส์จะมี Snoopy Pop Up Store สาวกสนูปปี้ต้องแวะ

ที่ เซนาโด้สแควร์ จะมีความคล้ายสยามสแควร์บ้านเราคือเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ของกิน และสถานที่ท่องเที่ยวในย่านเดียวกัน จะมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากตรงนี้เรียกว่าเหมาะกับทุกวัยเลย เช่น แหล่งช้อปปิ้งสำหรับคุณแม่ ร้านอร่อยที่คุณพ่อชอบ และลานที่เด็กๆ วิ่งเล่นถ่ายรูปกับน้ำพุสนุกสนานได้

นอกจากโบสถ์สวยๆ แล้วยังมี พิพิธภัณฑ์มาเก๊า – Macao Museum และ ป้อมปราการมองเต Macao Monte Fort สองที่นี้จะอยู่ที่ตึกเดียวกัน ให้เดินตามทางเดิมที่จะประตูโบสถ์เซนต์พอล ทางเข้าพิพิธภัณฑ์และป้อมปราการจะอยู่ทางขวามือ แต่ไม่เหมาะแก่การไปตอนกลางวันแดดเปรี้ยงๆ ถ้าไปตอนเย็นเด็กจะดีกว่าลูกจะไม่ร้อนด้วย โดยเฉพาะที่พิพิธภัณฑ์มาเก๊ามีอะไรให้เด็กๆ เรียนรู้เยอะเลยล่ะ
เรามีเวลาน้อยต้องรีบข้ามเรือไปฮ่องกงก็เลยขอเลือกทัวร์รถบัสเปิดประทุนชมเมืองเพื่อที่คุณพ่อคุณลูกจะได้เห็นเมืองมาเก๊าได้ทั่วๆ โดยมีคุณแม่เป็นไกด์เองค่ะ ไปค่ะ! พาไปเปิดประสบการณ์ลมแรงๆ และร้อน ฮ่าาา แนะนำว่าให้ขึ้นบ่ายๆ หรือรอบเช้าจะดีมากค่ะ
เราจองตั๋ว ทัวร์มาเก๊าบนรถบัสเปิดประทุน จากเมืองไทยสามารถไปขึ้นรถที่ป้ายทั้ง 16 ป้ายตามจุดท่องเที่ยว ซึ่งข้อดีคือเราจะได้ฟังคำบรรยายบนรถ และสามารถลงได้ทุกป้ายเที่ยวจนพอใจก็กลับมารอขึ้นรถคันต่อไปได้ค่ะ
เด็กน้อยสนุกมากตื่นตาตื่นใจ ว้าวๆ ตลอดทางในมือถือแผนที่ไว้ตลอดเลยค่ะ ภาพนี้ที่ไม่ยิ้มเพราะนางบอกว่า “แม่อย่าถ่ายกำลังชมเมือง” โอ๊ยยย ลู้กกก
ถือว่าดีมากเลยเพราะว่าเราจะได้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแทบจะทั้งหมดในมาเก๊า เช่น มาเก๊าทาวเวอร์ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกลางทะเล มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Macao Fisherman’s Wharf) และอีกหลายสถานที่เลยค่ะ ราคาคนละประมาณ 500 บาท
หมดเวลาที่มาเก๊าแต่เพียงเท่านี้เราต้องไปขึ้นเรือเพื่อข้ามไปยังฮ่องกงแล้ว สิ่งที่ห้ามลืมคือพาสปอร์ต
การนั่งเรือเฟอร์รี่ ไปฮ่องกงนั้นจะมีท่าขึ้นเรือหลักอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือ ท่าเรือ China-Hong Kong Terminal(ย่าน Tsim Sha Tsui) ที่อยู่ฝั่งเกาลูน และท่าเรือ Hong Kong Macao Terminal(ย่าน Sheung Wan) ที่อยู่ฝั่งเกาะฮ่องกง และมาเก๊าเองก็มี 2 ท่าเรือหลักเช่นกัน คือ ท่าเรือที่เกาะมาเก๊า Macao Outer Harbour Ferry Terminal(ตัวเมืองมาเก๊า) และ ท่าเรือเกาะไทปา Macao Taipa Ferry Terminal (โซนคาสิโน มีเวเนเชี่ยน และหมู่บ้านไทปา) สะดวกท่าเรือไหนก็ไปย่านนั้นเลยค่ะ
บริษัทที่ให้การเรือเฟอร์รี่ข้ามไปมาระหว่างฮ่องกงและมาเก๊ามีอยู่ 2 บริษัทด้วยคือ Cotai Water Jet สีน้ำเงิน และ Terbo Jet สีแดง ซึ่งทริปนี้เรานั่งไปกับเรือแดงค่ะ ตั๋วมี 2 ราคา คือ Economy Class และ Super Calss ราคาต่างกันเกือบสองเท่านั่ง Economy ก็สบายนะคะ ตามรูปนี้เลย
ด้วยความที่ตอนนั้นฝนตกหนัก สัมภาระก็ทุลักทุเล หากกระเป๋าใบใหญ่จะต้องโหลดกระเป๋าสัมภาระเพิ่ม ซึ่งก็ต้องจ่ายค่าน้ำหนักเหมือนโหลดขึ้นเครื่องบิน ในตั๋วที่ซื้อจะระบุ pier ของเราเหมือนเดินไปที่เกตประมาณนั้นเลยค่ะ นี่เป็นการข้ามเรือครั้งแรกของครอบครัวเราไม่ได้อ่านรีวิวอะไรไปล่วงหน้าก็ไม่งง และไม่หลงด้วยนะ คือไม่ได้ยากเลยค่ะ ตรวจสอบตารางเวลาที่นี่เลย https://www.turbojet.com.hk/en/
ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ประหนึ่งนั่งเฟอรี่ไปเกาะสมุยนั่นแหละค่ะ ใครจองที่พักย่าน จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ก็จะสบายหน่อยออกจากท่าเรือก็เดินไปได้เลยค่ะไม่ต้องนั่งรถเมล์
ที่พักของเราทั้งสองคืนที่ฮ่องกงชื่อ อินน์ไซท์ (InnSight) ห้องไม่ได้กว้างแต่ทาสีสันให้ดูสดใส เลยทำให้ห้องดูน่าพักยิ่งขึ้น มีระเบียงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดแต่แอบหายากดูสิคะใครจะหาเจอ นี่ก็เดินวนไปวนมา 55 ตั้งนาน เห็นเลข 9-11 แปลว่าใช่แล้ว เข้าไปก็จะซับซ้อนๆ หน่อย
ตอนเดินเข้าไปรู้สึกอึดอัดมาก แต่พอเข้าไปในห้องรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เห็นเตียงอย่าเพิ่งตกใจว่านอนกันยังไง เราสามารถลากเตียงเสริมออกมาจากใต้เตียงได้อีกชั้นค่ะ เห็นห้องขนาดนี้แต่ราคาแพงกว่ามาเก๊าคืนแรกอีกนะคะ อย่างที่บอกว่าที่พักในฮ่องกงราคาสูงนิดนึง แต่ข้อดีคือเดินทางสะดวกค่ะจริงๆ เอาแค่ไว้นอนก็โอเคเพราะเตียงก็นอนสบายดีแถมที่นี่มีน้ำฟรีให้ด้วยกดได้ตลอดเวลาค่ะ


ยังพอมีเวลาทันเราเลยเลือกที่จะไปดูตามหาร้านดาวมิชลินก่อนที่จะไปดู A Symphony of Lights รอบ 2 ทุ่ม ซึ่งร้านที่หาข้อมูลมาว่าอยากไปลองคือร้าน Sun Tung Lok อยู่ย่านจิมซาจุ่ยเลยค่ะเดินจากที่พักไปได้


เดินไปอย่างผู้หิวโหยตามหาร้านสนุกสนาน แต่พอไปถึงก็ลืมนึกไปว่า ร้านดังเราจะเดินเข้าไปร้านง่ายๆ ได้เหรอ ตึง! ใช่ค่ะคุณ อิชั้นไม่ได้จองมา T_T เสียใจ เศร้า น้ำตาจะไหล หิวมากๆ ด้วยตอนนั้นเอาป้ายร้านมาดูแบบช้ำใจเล่นอีกรอบ สรุปก็เดินไปบนห้างสั่งพิซซ่า สปาเกตตี้ ไก่ทอด ของโปรดเมลลี่มากระแทกปากให้สาแก่ใจ ไม่กินก็ได้อาหารจีน #กรีดร้อง
จบค่ำคืนที่ 2 ของทริปนี้ที่ A Symphony of Lights บรรยากาศลมพัดเย็นสบาย ผู้คนคึกคัก
ในอีกไม่กี่เดือนหากสะพานที่ยืนไปกลางทะเลเสร็จเราคงจะได้ไปยืนดูความสวยงามกันตรงนั้นแบบเต็มๆตา รอบนี้เลยได้รูปไม่ค่อยถูกใจแม่นักแต่ก็ยังชอบอยู่ดีค่ะ

DAY 3 : นั่งกระเช้านองปิง + ตะลุยดิสนีย์แลนด์
เช้าวันที่สาม…
เช้านี้คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นเมลลี่ เพราะพ่อกับแม่พูดตั้งแต่ก่อนมาว่าทริปนี้ว่าเราจะไปดิสนีย์แลนด์กัน เมลลี่ก็ถามทุกวันว่าทำไมไม่ถึงดิสนีย์แลนด์สักที 55 ไปค่ะลูก! วันนี้เราได้ไปของจริงล่ะ แต่ก่อนไปนั้นแม่ขอแวะไปไหว้พระแป๊บนึงก่อนนะคะ ที่นองปิง Ngong Ping 360
อาหารมื้อเช้าใช้บริการร้านนี้อยู่ใกล้กับที่พักเลยค่ะราคาน่าคบหาอิ่มได้ในราคา 30 บาทไทย คนอย่างแน่น มีน้ำอ้อยด้วยนะหวานชื่นใจลุงแกคั้นสดๆ หน้าร้านเลยค่ะ

ไปค่ะอิ่มแล้วพร้อมมาก!
เหมือนเดิมเราใช้บริการ MTR จะเห็นว่าสายต่างๆ ไม่ได้วุ่นวายมากนักเดินทางสะดวกสบายไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เราจะไปกระเช้านองปิงซึ่งจะอยู่ไม่ไกลจากดิสนีย์แลนด์จัดเป็นทริปวันเดียวกันได้แต่ควรทำเวลานิดนึง
จากจิมซาจุ่ยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึง กระเช้านองปิง เหมือนเดิมค่ะเราจองตั๋วมาจากเมืองไทยแล้วดังนั้นจะไวขึ้นเยอะมาก แนะนำเลยว่าควรจองมาเพราะแถวยาว

ราคากระเช้าจะมี 3 แบบคือ
– Standard Cabin
กระเช้าแบบธรรมดา ที่พื้นของกระเช้าจะไม่ใช่กระจกใส ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กลัวความสูงราคาก็จะถูกกว่ากระเช้าแบบอื่นๆ
-Crystal Cabin
พื้นของกระเช้าจะเป็นแบบกระจกแก้ว คืนสามารถมองเห็นวิวที่พื้นด้านล่างได้ด้วย เป็นมุมแบบ “Bird’s eye view” ให้ภาพมุมมองที่แปลกใหม่ เพราะจะได้เห็นพื้นน้ำด้านล่าง ใครไม่กลัวความสูงแนะนำลองแต่ราคาก็แอบสูงกว่าแบบแรกนิดนึงค่ะ
-Private Cabin
หากใครต้องการนั่งกระเช้าชมวิวแบบส่วนตัว ก็สามารถเลือกขึ้นกระเช้าแบบไพรเวทได้ ซึ่งไม่ต้องรอคิว ราคา HK$3,800 และ Crystal Cabin ราคา HK$4,500 คูณไปก็หนักอยู่นะคะ แต่ถ้าแลกกับความไพรเวท จะถ่ายรูปมุมไหนก็ไม่ต้องเกรงใจคนข้างๆ ก็จัดไปค่ะ

จุดมุ่งหมายสำคัญของการนั่งกระเช้านองปิงคือการมาไหว้ องค์พระใหญ่ The Big Buddha ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา Muk Yue ตอนแรกก็แอบกังวลว่าลูกจะกลัวมั้ย ปรากฏว่าไม่เลยค่ะ แทบนั่งเก้าอี้เลยนั่งมองพื้นตลอด ตื่นตาตื่นใจร้องว้าวๆ นั่นทะเล นั่นต้นไม้ตลอดทางค่ะ พ่อแม่สบายใจเลยทีนี้

ปกติจะนั่งกระเช้าเกือบทุกที่ที่ไปแล้วมีบริการ กระเช้านองปิงจัดว่านั่งไกล วิวสวย คุ้มค่ะ ซึ่งระยะทางทั้งหมดประมาณ 5.7 กิโลเมตร เริ่มจากสถานี Tung Chung จากนั้นจะพาเราข้ามอ่าว และนั่งไปยังสถานีด้านบนใช้เวลาต่อรอบประมาณ 25 นาที ระหว่างนั้นสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของฮ่องกงจากกระเช้าได้

ด้านบนก็จะเป็นหมู่บ้านที่มีหลายอย่างให้ได้ชมกัน เช่น หนัง 3 มิติ Stage 360 และ Motion 360 , ประวัติของพระพุทธเจ้า Walking with Buddha ต้องบอกว่าเราพลาดที่คิดว่าที่นี่ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าหากจะเที่ยวให้ครบควรมีเวลาอย่างน้อยสักครึ่งวันค่ะ

จุดมุ่งหมายสำคัญของการนั่งกระเช้านองปิงคือการมาไหว้ องค์พระใหญ่ The Big Buddha ซึ่งตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา Muk Yue มีความสูงถึง 34 เมตร ที่ฐานด้านล่างขององค์พระใหญ่นั้นจะเป็นเจดีย์ 3 ชั้น ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ด้านนอกโดยรอบนั้นจะเป็นบันไดมีจากพื้นด้านล่างไปจนถึงฐานพระด้านบนความสูงประมาณ 268 ชั้น เมื่อพ้นบันไดขึ้นไปก็จะได้พบกับองค์พระใหญ่และวิวที่สวยงามของเกาะลันตาและทะเลจีนใต้ 

ใช้เวลาที่พอประมาณก็ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อแล้ว
ขึ้น MTR ต่อไปไม่กี่สถานที่เพื่อไปยังสถานีดิสนีย์แลนด์ ขนาดตัวรถยังน่ารักเลยค่ะเป็นขบวนที่ต้อนรับน้องๆ หนูๆ จริงๆ เลย เมลลี่วิ่งหายเข้าไปในขบวนก่อนเลยคุณแม่วิ่งตามแทบไม่ทันค่ะ ^^

เย่! ถึงแล้ว ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ หน้าตาก็จะดีใจเบอร์ใหญ่มาก
ไปค่ะจะพาเข้าสู่อาณาจักรแห่งเวทย์มนตร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายในฝัน และสำรวจดินแดนทั้ง 7 แห่ง ที่เต็มไปด้วยมนตร์มายา ความสวยงาม ความตื่นเต้น การสำรวจ และตัวละครของดิสนีย์

บริเวณนี้ถือถนนหลักของดิสนีย์เป็นจุดนัดพบเวลาหากันไม่เจอ เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ที่แทบไม่อยากจะเดินเฉียดเลยค่ะเพราะรู้ว่ากระเป๋าคุณแม่แฟบแน่ๆ 555

เห็นลูกยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ บอกเลยค่ะว่าคุณแม่ก็มีความสุขยิ่งกว่าไม่ว่าจะมุมไหนลูกก็แฮปปี้รู้สึกได้ทันทีว่านี่คือดินแดนที่ต้องไปพาลูกไปสักครั้งในชีวิตจริงๆค่ะ

พาไปดูสวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์มีอะไรบ้าง
กริซลีย์ กัลช์ (แนวหวาดเสียวสุดๆ ) โซนนี้เมลลี่ไม่เล่นเลยค่ะ
– บิ๊ก กริซลีย์ เมาท์เทน รันอะเวย์ ไมน์ คาร์ส
-ไกเซอร์ กัลช
ทอย สตอรี่ แลนด์
-ทอย โซลเจอร์ พาราชู้ต ดรอป
– บาร์เรล ออฟ ฟัน
– สลิงกี้ ด็อก สปิน
– อาร์ซี เรสเซอร์
ทูมอร์โรว์แลนด์
– Iron Man Experience – นำเสนอโดย AIA
– Iron Man Tech Showcase – นำเสนอโดย สตาร์ค อินดัสตรี้
– กองบัญชาการสตาร์ วอร์ส
– ไฮเปอร์สเปซ เมาน์เทน
มิสทิค พอยท์
– การ์เด้น ออฟ วันเดอร์ส
– มิสทิค พอยท์ เฟรจ์ท ดีโป
– มิสทิค แมนเนอร์
เมน สตรีท ยูเอสเอ
– Royal Princess Garden
– ยานพาหนะ เมนสตรีท
– อาร์ท ออฟ แอนนิเมชั่น
– ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เรลโร้ด สถานีเมนสตรีท
– แอนนิเมชั่น อะคาเดมี่
แฟนตาซีแลนด์
– การผจญภัยของวินนี่ เดอะ พูห์
– กิจกรรมงานฝีมือ “งานเฉลิมฉลองของ โคโค่”
– ช้างบินดัมโบ้ตัวน้อย
– ดาบในศิลา
– ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา (อยู่ระหว่างการแปลงโฉม)
– ป่าเทพนิยาย
– ม้าหมุน ซินเดอเรลล่า
– สวนสวยฉลองฮาโลวีน
– อิท อะ สมอล เวิลด์
– ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เรลโร้ด – สถานีแฟนตาซีแลนด์
– แฟนตาซีการ์เด้นส์
– แมด แฮตเทอร์ ที คัพส์
แอดเวนเจอร์แลนด์
– จังเกิลริเวอร์ ครูซ
– บ้านต้นไม้ของทาร์ซาน
– ลิกี้ ทิคกี้ส์
– ล่องแพไปสู่บ้านต้นไม้ของทาร์ซาน
– เดินทางในเมืองฮาโลวีน
– เปิดตลาดคาริบูริ
จะเห็นว่าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์มีโซนต่างๆ เยอะมาก เครื่องเล่นก็เยอะมากเช่นกัน ถ้าเล่นหมดนี่ต้องไปแต่เช้ายันปิดเลยนะ เพราะยังต้องเสียเวลาในการเข้าคิวอีกด้วยค่ะ ไปดูกันค่ะว่าเมลลี่เล่นอะไรบ้าง
โซนแรกที่เดินมุ่งหน้าไปเลยคือทูมอร์โรวแลนด์ค่ะ เครื่องเล่นแรกที่เล่นคือ ออร์บิทรอน ก็จะเป็นแนวหมุนๆ ให้อารมณ์ขับเคลื่อนยานประมาณนั้น
เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีเมนสตรีทเราจะมองเห็นปราสาทในมุมที่สวยมาก

จริงๆ แค่นั่งรถไฟเด็กน้อยก็เพลินแล้วค่ะ เพราะเราจะเห็นแทบทุกโซนในดิสนีแลนด์ อยากลงสถานีไหนก็ได้

ช้างบินดัมโบตัวน้อย โดดขึ้นไปบนตัวดัมโบ้และขึ้นสู่ฟากฟ้าในการเดินทาง
แสนสนุกสนานในเสียงดนตรีสดใสของละครสัตว์ มาจากภาพยนตร์คลาสสิคของดิสนีย์ในปี 1941 เรื่อง ดัมโบ้ ช้างบินดัมโบ้ตัวน้อยเชิญท่านให้เข้ามาร่วมกับช้างแสดงละครสัตว์ท่ีทุกคนชื่นชอบเมื่อเขาทราบถึงความสามารถเฉพาะของตัวเองที่จะบินไป
โซนที่คุณแม่ชอบมากกกก คือแฟนตาซีค่ะ โดยเฉพาะ วินนี่ เดอะ พูส์ กรี๊ดมากก สวยมากก

ป่าเทพนิยาย เด็กๆ จะสนุกกับการหมุนๆ แล้วจะมีแสง สี เสียง ออกมา
ฝั่งแอดเวนเจอร์ก็มีสนุกสนานนั่งเรือตอนเย็นๆ พร้อมกับสิ่งที่จะตื่นตาตื่นใจตลอดทาง
ที่พลาดไม่ได้คือขบวนพาเหรดสุดอลังการและสวยงามมาก


จริงๆ เราเล่นกันอีกเยอะเลยค่ะ จริงๆ อยากจะเล่นซ้ำหลายอย่างเลยค่ะโดยเฉพาะอะไรแนวหมุนๆ ลูกชอบ แต่แม่เวียนหัวแม่ไม่สู้ 55 เอาเป็นว่านำภาพมาเรียกน้ำย่อยกันก่อน แล้วติดตามต่อในคลิปนะคะ
ย้ำว่า! ควรมีเวลาให้กับที่นี่ทั้งวันหากคุณชื่นชอบการเข้าสวนสนุก มุมไหนก็เพลินไม่รู้เบื่อ สำหรับครอบครัวเราเมลลี่เต็มที่สุดๆ ได้แค่ครึ่งวันแล้วก็เหนื่อยหลับไปซะอย่างนั้น ฮ่า ซึ่งมื้อเย็นเราตั้งใจจะไปทาน Cartoon Dim sum แต่อดเพราะมีแค่มื้อเที่ยงเท่านั้น ตึง!
DAY 4 : วันสุดท้ายของการเดินทาง
วันนี้เรามีเวลาทั้งวันก่อนจะขึ้นเครื่องไฟลท์ 19.40 น. ตื่นกันแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าสถานี central สถานีที่บอกเลยว่าต้องไป! สำหรับสายถ่ายรูปแนวสตรีทจะชอบมาก

ขอตามใจลูกอีกหนึ่งสถานที่นั่นก็คือ Ocean Park นั่งรถไฟไปลงสถานี HK Ocean Park ได้เลยค่ะ ที่นี่ต้องมีเวลาหนึ่งวันถึงจะเที่ยวหมดเพราะอลังการไม่แพ้ดิสนีย์แลนด์เลยเชียว ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวด้านในจะประกอบไปด้วย โซน Adventure in Australia , Amazing Bird Theatre, Arctic Blast, Arctic Fox Den , Balloon Up-Up and Away และอื่นๆ อีกหลายโซนเลยค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://www.oceanpark.com.hk/ ย้ำว่าต้องมีเวลาไปเล่นทั้งวันเลยนะ
ในส่วนของที่นี่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน
– โซนสวนสนุก
– โซนโลกใต้น้ำ
– โซนสัตว์น่ารัก
– โซนทั่วไป
แต่น่าเสียดายมากเลยค่ะที่ไม่ได้เข้าไปเล่น T_T เพราะว่าฝนตกหนักมากถามว่าเมลลี่เสียใจมั้ย ถึงทุกวันนี้ยังบ่นเลยค่ะ แต่ไม่เป็นไรฮ่องกงแค่นี้เองเดี๋ยวซื้อตั๋วไปใหม่ ได้แต่ปลอบใจลูกไปค่ะ

หลังจากนั้นกลับไปที่ย่าน Central อีกครั้ง

เราไปตามหาร้านมิชลินกันต่อ ซึ่งร้านนี้อยากทานมาก LUK YU TEA HOUSE เป็นร้านต่ิมซำในตำนาน แต่ต้องเจ็บปวดเหมือนคนอกหักซ้ำซากเพราะว่าไม่ได้จองมาอดค่า !!!
ฮือ เดินออกมาคอตก สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านข้างๆ คนคึกคักเจ้าของร้านโบกมือเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่ง เอาล่ะ ลองก็ได้
ปรากฎว่าดีงามมาก อร่อยมากก ขอรีวิวจุดนี้เลยว่าไปตามรอยกันได้เป็ดหนังกรอบมากค่ะ ราคาก็น่าคบหาจานละ 40-50 บาทเอง
อิ่มแล้วจุดมุ่งหมายต่อไปคือจะไปชมวิวฮ่องกงในมุมที่คุณแม่ของสนองนี้ดตัวเองนิดนึง

ที่นี่คือ Peak Tram เป็นการนั่งรถรางไต่เขาเพื่อไปชมวิวด้านบน ราคาตั๋วไม่แรงด้วยนะ
ราคาตั๋ว :
ไป- กลับ ราคารวม Sky Terrace 428
ผู้ใหญ่ HKS$ 99 เด็ก HKS$ 47
เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ HKS$ 84 เด็ก HKS$ 38
ไป- กลับ ผู้ใหญ่ HKS$ 52 เด็ก HKS$ 23
เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ HKS$ 37 เด็ก HKS$ 14
บริเวณ Sky Terrace 428 เราจะเห็นฮ่องกงในมุมนี้ ซึ่งช่วงพระอาทิตย์ตกหรือทไวไลน์จะสวยมาก
มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ๆ

อยู่ยาวๆ ได้ไม่จำกัดเวลาอยากกลับตอนไหนก็ตามสะดวกค่ะ โดยรวมคือชอบที่นี่นะคะสนุกได้ทั้งครอบครัว
หมดเวลาแห่งความสนุกแล้วสิ 4 วัน 2 ประเทศ ที่เที่ยวกันหนักมาก ได้เวลากลับกรุงเทพฯ แล้วแนะนำให้เผื่อเวลาไปสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะต้องนั่งรถไฟไปที่เกตอีกหลายต่อเลย เป็นสถานบินที่มีเกตเยอะมาก

เครื่องดื่มใหม่บนสายการบินแอร์เอเชียที่บอกเลยค่ะว่าชอบมากก สีสวย แถมอร่อยด้วยนะ ชื่นใจ


สนุกสนานกับการไปเที่ยวทริปเดียวสองเมือง สำหรับครอบครัวเราแล้วเป็นทริปที่ทำให้ลูกประทับใจพูดถึงจนทุกวันนี้เลยค่ะว่าได้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่มีลูกเล็กๆ นะคะ การพาลูกไปเที่ยวตอนเด็กนั้นลูกจะจดจำได้ดีทีเดียวค่ะว่าเคยมีความทรงจำดีๆ แบบไหน ได้ไปที่ไหนมาบ้าง เสริมพัฒนาการสร้างทักษะในชีวิตด้วย หากมีแพลนจะพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ลองมาเก๊า ฮ่องกง เป็นตัวเลือกนะคะเพราะใช้เวลาบินไม่นาน แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า อาหารการกิน หรือจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเด็กที่สองเมืองนี้มีครบเลยค่ะ
รักใครให้พาออกไปเดินทางด้วยกันนะคะ ^^
#ไปฮ่องกงไปแอร์เอเชีย #ไปมาเก๊าไปกับแอร์เอเชีย #เที่ยวง่ายสบายยกบ้าน
